บทเรียน: การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประเทศไทยและสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่บทเรียนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ในสาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม (ส ๑.๑) สำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ถ้ารู้สึกยากในตอนแรก ไม่ต้องกังวลนะ เนื้อหาเรื่องนี้เหมือนการเดินทางท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เราจะได้ติดตามเส้นทางของคำสอนทางพระพุทธศาสนา จากจุดเริ่มต้นในชมพูทวีป (ประเทศอินเดียโบราณ) เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ผืนแผ่นดินไทย ประเทศเพื่อนบ้านรอบตัวเรา จนกระทั่งขยายไปไกลทั่วทุกมุมโลกในปัจจุบัน

เมื่อเราเข้าใจเส้นทางการเดินทางนี้ เราจะมองเห็นภาพรวมว่าทำไมวิถีชีวิต ความคิด และวัฒนธรรมของผู้คนในแต่ละภูมิภาคจึงมีพระพุทธศาสนาผสมผสานอยู่อย่างกลมกลืน

---

ตอนที่ ๑: การสังคายนาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย (ระดับ ม.๑)

๑. การสังคายนา: จุดเริ่มต้นของการรักษาความบริสุทธิ์ของคำสอน

คำว่า การสังคายนา หมายถึง การรวบรวม สวดซักซ้อม และจัดหมวดหมู่พระธรรมวินัย (คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า) ให้เป็นระเบียบถูกต้องตรงกัน เพื่อไม่ให้คำสอนคลาดเคลื่อนสูญหาย

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนกับการตรวจทานและจัดทำหนังสือเรียนมาตรฐานกลางฉบับเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนอ่านและเข้าใจเนื้อหาที่ถูกต้องตรงกันทั่วทั้งประเทศ

การสังคายนาครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อการเผยแผ่ศาสนาในเวลาต่อมาอย่างยิ่ง คือ การสังคายนาครั้งที่ ๓ ในสมัยของ พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งอินเดีย ซึ่งพระองค์ได้ทรงส่งสมณทูตออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาถึง ๙ สาย หนึ่งในสายสำคัญคือ สายที่ ๘ นำโดย พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ เดินทางมายังดินแดนที่เรียกว่า สุวรรณภูมิ (ซึ่งรวมถึงดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน)

๒. ยุคสมัยการรับพระพุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนไทย

พระพุทธศาสนาไม่ได้เข้ามาในประเทศไทยเพียงครั้งเดียวหรือรูปแบบเดียว แต่ค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาเป็นระลอกตามยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ดังนี้:

๑) ยุคเถรวาทแบบอโศก (สมัยสุวรรณภูมิ / ทวารวดี): พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทดั้งเดิมเข้ามาเป็นระลอกแรก มีศูนย์กลางสำคัญอยู่ที่บริเวณนครปฐมโบราณ มีการค้นพบโบราณวัตถุ เช่น ธรรมจักรศิลาและกวางหมอบ พระพุทธรูปศิลาขาว เป็นหลักฐานยืนยันความเจริญรุ่งเรือง

๒) ยุคมหายาน (สมัยอาณาจักรศรีวิชัย): แผ่ขยายเข้ามาทางตอนใต้ของไทย (แถบสุราษฎร์ธานี ไชยา) โดยได้รับอิทธิพลจากราชวงศ์ไศเลนทร์แห่งเกาะชวา โบราณวัตถุที่โดดเด่นมากคือ รูปหล่อพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

๓) ยุคเถรวาทแบบพุกาม: ในยุคที่กษัตริย์พม่า (พระเจ้าอโนรธามังช่อ) แผ่อำนาจเข้ามา ได้นำพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทจากพม่าเข้ามามีอิทธิพลในแถบภาคเหนือและภาคกลางตอนบนของไทย

๔) ยุคมหายานแบบลพบุรี (อิทธิพลขอม): ขอมหรือเขมรโบราณขยายอิทธิพลเข้ามาแถบภาคกลางและภาคอีสาน มีการสร้างปราสาทหินและพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งได้รับอิทธิพลทั้งศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพุทธมหายาน

๕) ยุคเถรวาทแบบลังกาวงศ์ (สมัยสุโขทัยเป็นต้นมา): พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงอาราธนาพระสงฆ์นิกายเถรวาทจากเมืองนครศรีธรรมราช (ซึ่งรับสืบทอดมาจากลังกา) ขึ้นไปจำพรรษาที่กรุงสุโขทัย ทำให้นิกาย เถรวาทแบบลังกาวงศ์ กลายเป็นรากฐานหลักของพระพุทธศาสนาในสังคมไทยต่อเนื่องมาจนถึงสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์

รู้หรือไม่?

ในสมัยโบราณ ก่อนจะมีหนังสือหรือเทคโนโลยีบันทึกเสียง พระสงฆ์ใช้วิธี มุขปาฐะ คือ การท่องจำคำสอนร่วมกันแล้วสวดสาธยายพร้อมกัน หากมีใครท่องผิดแม้แต่คำเดียว พระสงฆ์รูปอื่นจะทักท้วงทันที ทำให้คำสอนถูกรักษาไว้ได้อย่างแม่นยำ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "พระพุทธศาสนาเพิ่งเข้ามาในไทยสมัยสุโขทัย" ซึ่งไม่ถูกต้อง ดินแดนไทยได้รับอิทธิพลพระพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยทวารวดีและศรีวิชัยหลายร้อยปีก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย เพียงแต่ในสมัยสุโขทัยเป็นจุดที่พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์ได้รับการสถาปนาเป็นศาสนาหลักอย่างมั่นคง

ทบทวนประเด็นสำคัญ (ม.๑)

- การสังคายนา คือ การรวบรวมและซักซ้อมพระธรรมวินัยให้บริสุทธิ์ถูกต้อง
- พระเจ้าอโศกมหาราชส่งพระโสณเถระและพระอุตตรเถระมายังสุวรรณภูมิ
- พระพุทธศาสนาเข้าสู่ไทยหลายระลอก แต่ระลอกที่เป็นรากฐานยาวนานที่สุดคือ เถรวาทแบบลังกาวงศ์ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย

---

ตอนที่ ๒: การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (ระดับ ม.๒)

เมื่อขยับมาถึงระดับ ม.๒ เราจะมาดูกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดของไทย การรับพระพุทธศาสนาของแต่ละประเทศมีความหลากหลายตามปัจจัยทางประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์:

๑. กลุ่มประเทศที่นับถือนิกายเถรวาทเป็นหลัก

๑) เมียนมา (พม่า): พระพุทธศาสนาเถรวาทหยั่งรากลึกอย่างมั่นคง โดยเฉพาะตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโนรธามังช่อแห่งอาณาจักรพุกาม พระพุทธศาสนามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของชาวพม่าสูงมาก โบราณสถานที่สำคัญยิ่ง เช่น มหาเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง

๒) ลาว: ได้รับพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังในสมัยพระเจ้าฟ้างุ้มมหาราช โดยรับอิทธิพลผ่านทางอาณาจักรเขมรโบราณ ประชาชนผูกพันกับพุทธศาสนาเถรวาทอย่างเหนียวแน่น มีประเพณีตักบาตรข้าวเหนียวที่เป็นเอกลักษณ์

๓) กัมพูชา: ในอดีตสมัยอาณาจักรขอมโบราณนับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพุทธมหายานสลับกันไป แต่ในเวลาต่อมาได้หันมานับถือนิกายเถรวาทตามแบบลังกาวงศ์และไทย จนกลายเป็นศาสนาประจำชาติในปัจจุบัน

๒. กลุ่มประเทศที่ได้รับอิทธิพลนิกายมหายาน

๑) เวียดนาม: เนื่องจากมีพรมแดนติดกับจีนและเคยตกอยู่ใต้การปกครองของจีนเป็นเวลานาน เวียดนามจึงได้รับพระพุทธศาสนานิกาย มหายาน ผ่านทางจีน ควบคู่ไปกับลัทธิขงจื๊อและลัทธิเต๋า อย่างไรก็ตาม ในภาคใต้ของเวียดนามยังมีชาวเขมรกรอมที่นับถือนิกายเถรวาทอยู่ด้วย

๓. กลุ่มประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นศาสนาอื่นแต่นับถือพุทธบางส่วน

๑) มาเลเซียและอินโดนีเซีย: ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่รุ่งเรืองมาก (เช่น อาณาจักรศรีวิชัยในอินโดนีเซีย มีพุทธสถานสำคัญคือ โบโรบูดูร์ หรือ บรมพุทโธ) แต่ต่อมาอิทธิพลของศาสนาอิสลามเข้ามาแทนที่ ปัจจุบันผู้นับถือพุทธส่วนใหญ่เป็นประชากรเชื้อสายจีนที่นับถือนิกายมหายาน

๒) สิงคโปร์: ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวจีน จึงนับถือพระพุทธศาสนานิกายมหายานผสมผสานกับความเชื่อดั้งเดิม และมีสัดส่วนของวัดเถรวาทจากไทยและศรีลังกาอยู่ด้วย

รู้หรือไม่?

แม้ไทยและเมียนมาจะเคยทำสงครามกันในประวัติศาสตร์ แต่ในด้านศาสนา ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ด้านพุทธศาสนาที่แน่นแฟ้น มีการแลกเปลี่ยนคัมภีร์และสมณวงศ์ร่วมกันมาโดยตลอด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

จำสับสนเรื่องนิกายในประเทศเพื่อนบ้าน: จำง่าย ๆ ว่า เพื่อนบ้านบนผืนแผ่นดินใหญ่ติดกับไทย (เมียนมา ลาว กัมพูชา) นับถือ "เถรวาท" เหมือนไทย ส่วน เวียดนาม (และคนจีนในมาเลเซีย สิงคโปร์) นับถือ "มหายาน"

ทบทวนประเด็นสำคัญ (ม.๒)

- เมียนมา ลาว กัมพูชา นับถือนิกายเถรวาทเป็นหลัก วิถีชีวิตและประเพณีคล้ายคลึงกับไทย
- เวียดนามนับถือนิกายมหายานเป็นหลัก เพราะได้รับอิทธิพลจากจีน
- อินโดนีเซียและมาเลเซีย เคยรุ่งเรืองด้านพุทธศาสนาในอดีต (โบโรบูดูร์) แต่ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยชาวพุทธส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเชื้อสายจีน

---

ตอนที่ ๓: การเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและการนับถือในปัจจุบัน (ระดับ ม.๓)

ในระดับ ม.๓ ขอบเขตการเรียนรู้จะขยายกว้างออกสู่ระดับโลก การเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้ก้าวข้ามทวีปเอเชียไปยังยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย ซึ่งลักษณะการนับถือและการยอมรับในโลกตะวันตกจะแตกต่างจากวัฒนธรรมเอเชียอย่างน่าสนใจ

๑. การเผยแผ่ในทวีปเอเชีย

๑) เอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลี): รับพระพุทธศาสนานิกายมหายานไปจากอินเดียผ่านเส้นทางสายไหม ในจีน พระพุทธศาสนาผสมกลมกลืนกับปรัชญาขงจื๊อและเต๋า ในญี่ปุ่น ได้เกิดนิกายย่อยที่มีชื่อเสียงอย่าง นิกายเซน (Zen) ซึ่งเน้นการปฏิบัติสมาธิอย่างเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน

๒) ทิเบต: พระพุทธศาสนาพัฒนาไปเป็นนิกาย วัชรยาน หรือพุทธศาสนาแบบทิเบต ซึ่งมีผู้นำทางจิตวิญญาณคือ องค์ดาไลลามะ

๓) เอเชียใต้ (ศรีลังกา): ถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของนิกายเถรวาท เป็นแหล่งกำเนิดของนิกายลังกาวงศ์ที่เผยแผ่มายังไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

๒. การเผยแผ่เข้าสู่ทวีปยุโรป

พระพุทธศาสนาเข้าสู่ทวีปยุโรปผ่านนักวิชาการที่สนใจศึกษาปรัชญาตะวันออกและภาษาบาลี-สันสกฤต

- สหราชอาณาจักร (อังกฤษ): มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เริ่มต้นจากการจัดตั้ง สมาคมบาลีปกรณ์ (Pali Text Society) โดย ศาสตราจารย์ ที. ดับเบิลยู. ริส เดวิดส์ เพื่อแปลคัมภีร์พระไตรปิฎกจากภาษาบาลีเป็นภาษาอังกฤษ ต่อมามีการก่อตั้งพุทธสมาคมแห่งลอนดอน และวัดไทยแห่งแรกในยุโรปคือ วัดพุทธปทีป ณ กรุงลอนดอน

- ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป: เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส ผู้คนให้ความสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาในแง่ของปรัชญา จิตวิทยา และวิทยาศาสตร์ทางจิต

๓. การเผยแผ่เข้าสู่ทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา)

เริ่มต้นจากการอพยพของแรงงานชาวจีนและญี่ปุ่นที่นำพระพุทธศาสนามหายานเข้ามา ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ และยุคสงครามเวียดนาม ชาวตะวันตกเริ่มหันมาสนใจการฝึกสมาธิภาวนา โดยเฉพาะนิกายเซนและวัชรยาน (ทิเบต)

ในปัจจุบัน มีวัดไทยและวัดในพุทธศาสนานิกายต่าง ๆ ก่อตั้งขึ้นมากมายในสหรัฐอเมริกา เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธและเผยแผ่การปฏิบัติธรรมแก่ชาวตะวันตก เช่น วัดไทยลอสแอนเจลิส

๔. การเผยแผ่เข้าสู่ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย

พระพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จากชาวเอเชียที่อพยพไปขุดทองในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ปัจจุบันมีการตั้งพุทธสมาคมและวัดไทยหลายแห่ง พระพุทธศาสนาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศาสนาที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วในออสเตรเลีย

๕. ทำไมชาวตะวันตกในโลกปัจจุบันจึงสนใจพระพุทธศาสนา?

สาเหตุสำคัญที่ทำให้พระพุทธศาสนาได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในโลกปัจจุบัน มีดังนี้:

๑) เน้นเหตุและผล: คำสอนของพระพุทธเจ้าสอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ ไม่บังคับให้เชื่อ แต่สอนให้พิสูจน์ด้วยตนเองตามหลักกาลามสูตร

๒) สันติภาพและความเมตตา: พระพุทธศาสนาไม่เคยเผยแผ่ด้วยการทำสงครามทางศาสนา แต่เผยแผ่ด้วยความเมตตาและสันติวิธี

๓) การปฏิบัติการเจริญสติและการทำสมาธิ (Mindfulness & Meditation): ผู้คนในสังคมยุคปัจจุบันเผชิญกับความเครียดสูง การฝึกเจริญสติจึงถูกนำไปประยุกต์ใช้ในการแพทย์ การบำบัดจิตใจ และการทำงานอย่างแพร่หลาย

รู้หรือไม่?

การฝึกสติ (Mindfulness) ที่กำลังโด่งดังและนำไปใช้ในองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก แท้จริงแล้วมีรากฐานมาจากหลักธรรมในพระพุทธศาสนาเรื่อง สติปัฏฐาน ๔ นั่นเอง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ระวังจำสับสน: ชาวตะวันตก (ยุโรปและอเมริกา) มักไม่เน้นการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหรือกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนชาวพุทธในเอเชีย แต่เน้นศึกษา ปรัชญา การค้นคว้าเชิงปัญญา และการฝึกสมาธิภาวนา เพื่อแก้ปัญหาชีวิตจริง

ทบทวนประเด็นสำคัญ (ม.๓)

- อังกฤษเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของการศึกษาพุทธศาสนาในยุโรป มีสมาคมบาลีปกรณ์แปลคัมภีร์เป็นภาษาอังกฤษ
- พระพุทธศาสนาในสหรัฐฯ เติบโตจากการอพยพของชาวเอเชีย และความสนใจฝึกสมาธิของชาวตะวันตก
- ปัจจุบัน พระพุทธศาสนาเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในฐานะศาสนาแห่งเหตุผล ปัญญา และการพัฒนาจิตใจ

---

สรุปภาพรวมการเรียนรู้ทั้ง ๓ ระดับชั้น

เพื่อช่วยให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของบทเรียนทั้งหมดได้ง่ายขึ้น:

- ระดับ ม.๑ (เข้าสู่ไทย): เข้าใจการสังคายนา (โดยเฉพาะครั้งที่ ๓ สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช) สายพระโสณะและพระอุตตระมายังสุวรรณภูมิ การรับพุทธศาสนาหลายยุคจนลงตัวที่ เถรวาทลังกาวงศ์

- ระดับ ม.๒ (สู่เพื่อนบ้าน): แยกแยะความแตกต่างของนิกายในประเทศเพื่อนบ้านได้ (เมียนมา ลาว กัมพูชา เป็น เถรวาท ส่วนเวียดนามเป็น มหายาน)

- ระดับ ม.๓ (สู่ระดับโลก): รู้จักการแผ่ขยายไปยังยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย เข้าใจเหตุผลที่คนยุคใหม่และชาวตะวันตกหันมานับถือและปฏิบัติธรรมเพื่อสันติสุขในชีวิต