บทเรียน: การประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์

สวัสดีน้องๆ ม.ปลายทุกคนครับ! วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับศิลปะแห่งการอ่านวรรณคดีให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในหัวข้อ "การประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสาระที่ ๕ ในหลักสูตรภาษาไทยของเราครับ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า "วรรณศิลป์" คืออะไร? ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ วรรณศิลป์ก็คือ "ศิลปะในการใช้ภาษา" นั่นเองครับ เหมือนกับการที่เชฟเลือกวัตถุดิบและปรุงอาหารให้มีรสชาติกลมกล่อม นักประพันธ์ก็ต้องเลือกใช้คำและวิธีการแต่งเพื่อสื่ออารมณ์และสร้างภาพในใจให้กับผู้อ่าน ถ้ารู้สึกยากในตอนแรก ไม่ต้องกังวลนะ เพราะหลักการสังเกตนั้นมีจุดให้เราจับทางได้ไม่ยากเลยครับ

๑. การเลือกสรรคำ (Diction)

กวีจะให้ความสำคัญกับการเลือกคำมาก เพื่อให้เกิดความไพเราะและสื่อความหมายได้ตรงใจที่สุด โดยมีจุดสังเกตดังนี้ครับ:

  • การเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและฐานะของบุคคล: เช่น การเลือกใช้คำราชาศัพท์ในวรรณคดีเกี่ยวกับกษัตริย์ หรือการใช้ภาษาที่เรียบง่ายในวรรณกรรมพื้นบ้าน
  • การเลือกใช้คำที่ทำให้เกิดเสียงเสนาะ:
    - การเล่นสัมผัส: ทั้งสัมผัสสระ และสัมผัสพยัญชนะ (สัมผัสอักษร) เพื่อให้เกิดความจังหวะที่ไพเราะ
    - การเล่นคำ: การนำคำคำเดียวมาใช้ในความหมายที่ต่างกันในบริบทใกล้ๆ กัน
    - การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ (สัทพจน์): เช่น เสียงน้ำไหล "ซ่าๆ" หรือเสียงปืน "ตึงๆ" ช่วยให้เราได้ยินเสียงนั้นจริงๆ ในจินตนาการ
  • การใช้คำที่มีความหมายลึกซึ้ง: การเลือกคำที่กินความกว้างขวาง หรือคำที่ทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก (Connotation) มากกว่าความหมายตรงตัว

รู้หรือไม่? กวีไทยเก่งมากเรื่องการเล่นเสียงพยัญชนะ บางบทใน นิราศนรินทร์คำโคลง มีการใช้เสียงพยัญชนะเดียวกันเกือบทั้งวรรค ทำให้เวลาอ่านจะเกิดเสียงที่กระทบกันอย่างมีจังหวะและไพเราะสุดๆ เลยล่ะ!

๒. การใช้โวหารภาพพจน์ (Figures of Speech)

ภาพพจน์คือการใช้ภาษาที่ทำให้ผู้อ่าน "เห็นภาพ" โดยไม่ต้องบรรยายตรงๆ มีรูปแบบที่น้องๆ ต้องเจอในข้อสอบบ่อยๆ ดังนี้:

  • อุปมา (Simile): การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่า "เหมือน" กับอีกสิ่งหนึ่ง มักมีคำเชื่อม เช่น เหมือน, ดัง, ดุจ, กล, ราวกับ
  • อุปลักษณ์ (Metaphor): การเปรียบสิ่งหนึ่ง "เป็น" อีกสิ่งหนึ่ง มักใช้คำว่า เป็น, คือ หรืออาจเป็นการเปรียบเทียบโดยนัยโดยไม่มีคำเชื่อมก็ได้
  • บุคคลวัต หรือ บุคลาธิษฐาน (Personification): การสมมติให้สิ่งไม่มีชีวิต หรือสัตว์ มีกิริยาท่าทางหรือความรู้สึกเหมือนมนุษย์ เช่น "ฟ้าย้องไห้" หรือ "ดอกไม้ยิ้มทักทาย"
  • สัญลักษณ์ (Symbol): การใช้สิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่งที่มีความหมายลึกซึ้ง เช่น "สีขาว" แทนความบริสุทธิ์ หรือ "ดอกกุหลาบ" แทนความรัก
  • อธิพจน์ (Hyperbole): การกล่าวผิดไปจากความจริงโดยการ "กล่าวเกินจริง" เพื่อเน้นความรู้สึก เช่น "คิดถึงใจจะขาด" หรือ "ร้อนจนตับแลบ"
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

นักเรียนหลายคนมักสับสนระหว่าง อุปมา กับ อุปลักษณ์ วิธีจำง่ายๆ คือ:
- อุปมา = เปรียบ "เหมือน" (มีคำเชื่อมชัดเจน)
- อุปลักษณ์ = เปรียบ "เป็น" (มักใช้คำว่า เป็น, คือ หรือวางประธานกับส่วนขยายติดกันไปเลย)

๓. รสทางวรรณคดี (Literary Flavors)

ในตำราวรรณคดีไทย เรามีการประเมินคุณค่าตามอารมณ์ที่ได้รับ ซึ่งเรียกว่า "รสวรรณคดีไทย ๔ รส" ครับ:

  1. เสาวรจนี: บทชมความงาม ไม่ว่าจะเป็นชมตัวละคร ชมธรรมชาติ หรือชมปราสาทราชวัง
  2. นารีปราโมทย์: บทเกี้ยวพาราสี บทแสดงความรัก หรือบทที่ตัวเอกพูดจาโอ้โลมให้ฝ่ายหญิงชื่นใจ
  3. พิโรธวาทัง: บทโกรธ ตัดพ้อ ต่อว่า หรือแสดงความเคืองแค้น
  4. สัลลาปังคพิสัย: บทโศกเศร้า คร่ำครวญ หรือความเสียใจจากการพลัดพราก

ทบทวนประเด็นสำคัญ:
การประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ไม่ใช่แค่บอกว่า "เพราะ" หรือ "ไม่เพราะ" แต่ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า ทำไมถึงเพราะ? กวีใช้คำแบบไหน? ใช้ภาพพจน์อะไร? และสร้างอารมณ์ (รสวรรณคดี) อย่างไร?

๔. กลวิธีในการประพันธ์ (Techniques)

นอกจากการใช้คำและภาพพจน์แล้ว เรายังดูไปถึง "กลวิธี" หรือเทคนิคที่ผู้แต่งใช้ในการดำเนินเรื่องด้วยครับ:

  • การดำเนินเรื่อง: การวางลำดับเหตุการณ์ให้น่าติดตาม
  • การสร้างตัวละคร: ตัวละครมีลักษณะนิสัยที่สมจริง มีที่มาที่ไป
  • การใช้บทสนทนา: บทโต้ตอบที่สะท้อนบุคลิกของตัวละครและขับเคลื่อนเนื้อเรื่อง

ในการเรียนระดับ ม.ปลาย น้องๆ จะได้ฝึกประเมินคุณค่าเหล่านี้จากวรรณคดีในบทเรียน เช่น อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง ที่มีการเด่นมากในเรื่องการใช้บทพรรณนาและการเล่นคำ หรือ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ที่เด่นในเรื่องการใช้รส "สัลลาปังคพิสัย" จนทำให้ผู้อ่านรู้สึกเศร้าตามพระนางมัทรีนั่นเองครับ

สรุปประเด็นเพื่อเตรียมสอบ:

เมื่อเจอคำถามเกี่ยวกับการประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ ให้ลองเช็ก List ดังนี้:
\(1.\) มีการเล่นสัมผัสอักษรหรือสัมผัสสระที่โดดเด่นไหม?
\(2.\) มีการใช้ภาพพจน์เปรียบเทียบ (อุปมา/อุปลักษณ์) หรือไม่?
\(3.\) อารมณ์ของบทนั้นตรงกับรสวรรณคดีข้อไหน (เสาวรจนี/นารีปราโมทย์/พิโรธวาทัง/สัลลาปังคพิสัย)?
\(4.\) มีการใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติที่ทำให้เห็นภาพพจน์ชัดเจนหรือไม่?

ถ้าน้องๆ ฝึกมองหาองค์ประกอบเหล่านี้บ่อยๆ เวลาอ่านวรรณคดีไทย น้องจะพบว่าภาษาไทยของเรามีเสน่ห์และมีความลุ่มลึกมากกว่าที่คิดครับ สู้ๆ นะครับทุกคน!