ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders)!
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบริษัทต่างๆ ถึงต้องใช้เวลาและเงินมากมายในการจัดทำหนังสือรายงานทางการเงินเล่มหนาๆ? มันไม่ใช่แค่เพื่อให้พนักงานบัญชีมีงานทำนะ! รายงานเหล่านี้เปรียบเสมือน "อัปเดตสถานะ" (Status Update) สำหรับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจ ในบทนี้เราจะมาทำความรู้จักกับบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเราเรียกว่า ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) และเจาะลึกว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการจากงบการเงินเหล่านั้นคืออะไรกันแน่
ถ้ารู้สึกว่าเนื้อหาดู "เยอะ" ไปหน่อยในตอนแรก ไม่ต้องกังวลนะ ลองคิดแบบนี้ดู: ถ้าคุณให้เพื่อนสนิทหยิบยืมเงิน 1,000 ดอลลาร์เพื่อไปเปิดร้านขายน้ำมะนาว คุณก็คงอยากขอดู "สมุดบัญชี" ของเขาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับเงินคืนใช่ไหมล่ะ? นั่นแหละคือสิ่งที่ผู้มีส่วนได้เสียทำในสเกลที่ใหญ่ขึ้น!
ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) คือใคร?
พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้มีส่วนได้เสีย คือบุคคลหรือกลุ่มคนใดก็ตามที่มีความสนใจในการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ของธุรกิจ พวกเขาเปรียบเสมือนคนที่ "ลงทุน" ในธุรกิจนั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวเงินเสมอไป แต่อาจจะเป็นเรื่องของเวลา ตำแหน่งงาน หรือแม้แต่ความเป็นอยู่ของชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: ร้านพิซซ่าในท้องถิ่น
ลองจินตนาการถึงร้านพิซซ่าแถวบ้านคุณ ใครบ้างนะที่สนใจว่าร้านนี้จะรุ่งหรือร่วง?
1. เจ้าของร้าน (อยากเห็นกำไร)
2. พนักงาน (ต้องการค่าจ้าง)
3. ธนาคาร ที่ปล่อยกู้เงินเพื่อซื้อเตาอบ (ต้องการให้ชำระคืนเงินกู้)
4. ซัพพลายเออร์ขายแป้ง (ต้องการได้รับเงินค่าสินค้า)
5. ลูกค้า (ต้องการพิซซ่าที่อร่อยและปลอดภัย)
ทุกคนที่กล่าวมานี้คือผู้มีส่วนได้เสียทั้งสิ้น!
ทบทวนสั้นๆ: ผู้มีส่วนได้เสีย คือใครก็ตามที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจ หรือสามารถส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้
ใครคือผู้มีส่วนได้เสียหลัก และพวกเขาต้องการอะไร?
หลักสูตร ACCA ให้ความสำคัญกับบางกลุ่มเป็นพิเศษ เรามาดูความต้องการของแต่ละกลุ่มกันเลย โดยใช้เทคนิคช่วยจำคือ: "I L-E-S-C-G-P" (I Love Every Single Cold Green Pepper)
1. นักลงทุน (เจ้าของกิจการ/ผู้ถือหุ้น)
คนกลุ่มนี้คือผู้ที่ให้ เงินทุนที่มีความเสี่ยง (Risk capital) พวกเขาซื้อหุ้นของบริษัทและอยากรู้ว่าการตัดสินใจลงทุนของพวกเขาเป็นความคิดที่ดีหรือไม่
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาอยากเห็น ความสามารถในการทำกำไร (Profitability) บริษัทสามารถจ่าย เงินปันผล (Dividend) (ส่วนแบ่งกำไร) ได้หรือไม่? และมูลค่าหุ้นของพวกเขาเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?
2. เจ้าหนี้ (ธนาคารและผู้ถือหุ้นกู้)
ผู้ให้กู้จัดหาเงินทุนในรูปแบบของเงินกู้ พวกเขาไม่ใช่เจ้าของ แต่คือ "เจ้าหนี้"
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาให้ความสำคัญกับ สภาพคล่อง (Liquidity) และ ความสามารถในการชำระหนี้ (Solvency) โดยพื้นฐานแล้วพวกเขากำลังถามว่า: "บริษัทมีเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นทั้งหมดเมื่อครบกำหนดสัญญาได้หรือไม่?"
3. พนักงาน
คนที่ทำงานให้กับธุรกิจมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมากต่อความสำเร็จของบริษัท
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาให้ความสำคัญกับ ความมั่นคงในงาน (Job Security) และเสถียรภาพของบริษัท นอกจากนี้ยังอยากทราบว่าบริษัทมีความสามารถพอที่จะปรับขึ้นเงินเดือนหรือสมทบเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่
4. ซัพพลายเออร์ (เจ้าหนี้การค้า)
คือธุรกิจอื่นๆ ที่ขายสินค้าให้บริษัทโดยให้เครดิต (เช่น "ซื้อก่อน จ่ายทีหลังใน 30 วัน")
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาอยากมั่นใจว่าจะได้รับ ชำระเงินตรงเวลา หากบริษัทเริ่มมีปัญหาทางการเงิน ซัพพลายเออร์อาจหยุดขายสินค้าให้หรือเรียกร้องให้จ่ายเงินสดทันที
5. ลูกค้า
คุณอาจคิดว่าลูกค้าสนใจแค่ตัวสินค้า แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็สนใจบริษัทด้วยเช่นกัน
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาอยากรู้ว่าบริษัทเป็น "กิจการที่ดำเนินงานต่อเนื่อง" (Going Concern) หรือไม่ เช่น ถ้าคุณซื้อรถยนต์ที่มีการรับประกัน 5 ปี คุณก็ต้องมั่นใจว่าบริษัทจะยังคงเปิดกิจการอยู่ตลอด 5 ปีเพื่อรับผิดชอบการซ่อมแซมให้คุณ!
6. รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแล
ซึ่งรวมถึงกรมสรรพากร (เช่น HMRC ในสหราชอาณาจักร หรือ IRS ในสหรัฐอเมริกา)
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาต้องการทราบผลกำไรที่แท้จริงเพื่อใช้คำนวณ ภาษี ที่ต้องจ่าย นอกจากนี้ยังใช้ข้อมูลทางการเงินไปจัดทำสถิติทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
7. สาธารณชน
แม้คุณจะไม่ได้ซื้อของจากบริษัทหรือไม่ได้ทำงานที่นั่น คุณก็ยังเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
สิ่งที่พวกเขาต้องการ: พวกเขาสนใจใน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ เศรษฐกิจท้องถิ่น เช่น บริษัทมีการจ้างงานในพื้นที่หรือไม่ หรือบริษัทกำลังปล่อยมลพิษลงแม่น้ำใกล้บ้านพวกเขาหรือเปล่า?
สรุปประเด็นสำคัญ: แม้ว่าผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มจะต้องการข้อมูล แต่พวกเขากลับดูงบการเงินชุดเดียวกันด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!
แนวคิดเรื่อง "ผู้ใช้งานหลัก" (Primary Users)
ตาม กรอบแนวคิดสำหรับการรายงานทางการเงิน (Conceptual Framework for Financial Reporting) มีกลุ่มพิเศษที่เรียกว่า ผู้ใช้งานหลัก (Primary Users)
ผู้ใช้งานหลัก ได้แก่:
1. นักลงทุนทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและผู้ที่อาจเป็นนักลงทุนในอนาคต
2. ผู้ให้กู้และเจ้าหนี้รายอื่นๆ
ทำไมต้องโฟกัสที่กลุ่มนี้? เพราะกลุ่มเหล่านี้คือผู้ที่ตัดสินใจในเรื่องของ การจัดสรรทรัพยากร ให้กับบริษัท (ไม่ว่าจะด้วยการซื้อหุ้นหรือการปล่อยกู้) หากงบการเงินตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานหลักเหล่านี้ได้ โดยทั่วไปแล้วมันก็จะตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่นๆ ได้เช่นกัน
รู้หรือไม่? งบการเงินเป็นรายงานอเนกประสงค์ (General-purpose) นั่นหมายความว่ามันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ภาพรวมที่ยุติธรรมแก่ทุกคน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งควรหลีกเลี่ยง
ข้อผิดพลาดที่ 1: คิดว่า "ผู้มีส่วนได้เสีย" (Stakeholders) และ "ผู้ถือหุ้น" (Shareholders) คือสิ่งเดียวกัน
ความจริง: ผู้ถือหุ้นเป็นเพียง ผู้มีส่วนได้เสียประเภทหนึ่งเท่านั้น ผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นผู้มีส่วนได้เสีย แต่ไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียทุกคนที่จะเป็นผู้ถือหุ้น!
ข้อผิดพลาดที่ 2: คิดว่ารัฐบาลสนใจแค่เรื่องภาษี
ความจริง: แม้ว่าภาษีจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่รัฐบาลยังสนใจในเรื่องกฎระเบียบอุตสาหกรรมและระดับการจ้างงานด้วย
ข้อผิดพลาดที่ 3: คิดว่าพนักงานสนใจแค่เงินเดือนของเดือนปัจจุบันเท่านั้น
ความจริง: พนักงานให้ความสำคัญกับ ความอยู่รอดในระยะยาว ของบริษัทมาก เพราะมันส่งผลต่ออาชีพการงานและเงินบำนาญในอนาคตของพวกเขา
ตารางสรุปแบบรวดเร็ว
ใช้ตารางนี้ทบทวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนไปต่อบทถัดไป
นักลงทุน: ความสามารถในการทำกำไร & เงินปันผล
เจ้าหนี้: ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย/เงินกู้
พนักงาน: เสถียรภาพ & ความมั่นคงในงาน
ซัพพลายเออร์: ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น
ลูกค้า: ความต่อเนื่องของกิจการในระยะยาว (Going Concern)
รัฐบาล: ภาษี & สถิติต่างๆ
สาธารณชน: การจ้างงาน & สิ่งแวดล้อม
บทส่งท้าย
คุณเพิ่งจะพิชิตจิ๊กซอว์ชิ้นแรกของการบัญชีการเงินไปแล้ว! การเข้าใจว่า "ทำไม" เราถึงต้องจัดทำรายงานเหล่านี้ จะทำให้ส่วนของ "วิธีการ" (เดบิตและเครดิต) เข้าใจง่ายขึ้นมากในภายหลัง คุณทำได้ดีมากแล้ว ไปลุยกันต่อเลย!