ยินดีต้อนรับสู่โลกของ Exotic Options!
ในการเดินทางบนเส้นทาง FRM จนถึงตอนนี้ คุณน่าจะเชี่ยวชาญเรื่อง "Vanilla Options" หรือออปชันมาตรฐานอย่าง Call และ Put ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์กันมาบ้างแล้ว แต่ในโลกการเงินจริงๆ ไม่ได้มีแค่ "รสวานิลลา" เท่านั้น บริษัทและนักลงทุนมักมีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่ออปชันมาตรฐานไม่สามารถป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ได้อย่างสมบูรณ์ และนั่นคือจุดที่ Exotic Options เข้ามามีบทบาทครับ
ลองนึกภาพว่า Exotic Options เหมือน "สูทสั่งตัด" ในขณะที่ Vanilla Options เหมือน "เสื้อผ้าสำเร็จรูป" ที่วางขายทั่วไป ออปชันประเภทนี้มักซื้อขายกันแบบ Over-the-Counter (OTC) และมีเงื่อนไขการทำงาน (Triggers), กฎการจ่ายผลตอบแทน (Payoff) หรือเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ที่พิเศษเฉพาะตัว ไม่ต้องกังวลนะถ้าฟังดูแล้วน่ากลัว เราจะมาค่อยๆ ย่อยพวกมันทีละตัวด้วยคำอธิบายที่เข้าใจง่ายกัน!
1. Non-Standard American Options: Bermudan Options
ออปชัน American มาตรฐานสามารถใช้สิทธิ์ได้ ทุกเวลา ก่อนหมดอายุ ส่วนออปชัน European ใช้สิทธิ์ได้ ณ วันที่ หมดอายุเท่านั้น ส่วน Bermudan Options คือทางสายกลางครับ
ออปชัน Bermudan สามารถใช้สิทธิ์ได้เฉพาะ วันที่กำหนดไว้ ในช่วงอายุของสัญญาเท่านั้น (เช่น วันแรกของทุกเดือน)
เปรียบเทียบ: ถ้า European option คือรถบัสที่ให้คุณลงได้แค่ป้ายสุดท้าย, American option คือแท็กซี่ที่คุณขอให้จอดที่ไหนก็ได้, Bermudan option ก็คือรถไฟที่ให้คุณลงได้เฉพาะสถานีที่ระบุไว้เท่านั้น
ทบทวนสั้นๆ: ในแง่ของมูลค่า Bermudan option จะมีค่ามากกว่า (หรือเท่ากับ) European option แต่มีค่าน้อยกว่า (หรือเท่ากับ) American option ครับ
2. Gap Options
Gap Option ค่อนข้างซับซ้อนหน่อย เพราะมันเกี่ยวข้องกับราคา 2 อย่าง:
1. ราคาใช้สิทธิ์ (Strike Price - \( K_1 \)): ใช้สำหรับคำนวณจำนวนเงินที่จะได้รับ
2. ราคาเงื่อนไข (Trigger Price - \( K_2 \)): ใช้สำหรับตัดสินว่าออปชันนั้นจะจ่ายผลตอบแทนหรือไม่
สำหรับ Gap Call:
ผลตอบแทน = \( S_T - K_1 \) ก็ต่อเมื่อ \( S_T > K_2 \)
ถ้า \( S_T \) ไม่มากกว่า \( K_2 \) ผลตอบแทนจะเป็นศูนย์
ระวังให้ดี! Gap Option อาจมี ผลตอบแทนติดลบ ได้หากเงื่อนไขถูกกระตุ้น ถ้า \( K_2 \) สูงกว่า \( K_1 \) และราคาสินทรัพย์จบที่ \( K_2 \) ผู้ถืออาจถูกบังคับให้คำนวณผลตอบแทนที่ติดลบได้หากระบุไว้ในสัญญา ซึ่งทำให้มันต่างจาก vanilla options มาก เพราะพวกนั้นจะมีผลตอบแทน \(\ge 0\) เสมอ
3. Forward Start Options
Forward Start Option คือออปชันที่คุณจ่ายเงินค่าพรีเมียมวันนี้ แต่ราคาใช้สิทธิ์จะยังไม่ถูกกำหนดจนกว่าจะถึงวันในอนาคต โดยปกติแล้วราคาใช้สิทธิ์จะถูกตั้งให้เป็น At-The-Money (ATM) ณ เวลาที่ออปชันนั้น "เริ่ม" ทำงาน
ตัวอย่าง: บริษัทอาจมอบออปชันนี้ให้พนักงานเป็นโบนัส เพื่อให้มั่นใจว่า "แรงจูงใจ" จะเริ่มนับใหม่ในปีหน้า ไม่ว่าราคาหุ้นวันนี้จะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม
4. Compound Options
Compound Option พูดง่ายๆ คือ ออปชันของออปชัน คุณกำลังซื้อสิทธิ์ในการซื้อ (หรือขาย) ออปชันอีกตัวหนึ่งในราคาที่กำหนด (ซึ่งคือราคาใช้สิทธิ์ของ Compound option นั้นเอง)
มีอยู่ 4 ประเภท:
• Call on a Call
• Call on a Put
• Put on a Call
• Put on a Put
รู้หรือไม่? บ่อยครั้งที่เครื่องมือนี้ใช้กับโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น บริษัทอาจซื้อ "Call on a Call" เพื่อล็อกสิทธิ์ในการซื้อสัญญาประกันภัย (ตัวออปชันอ้างอิง) หากโครงการนั้นได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล
5. Chooser Options
Chooser Option (บางครั้งเรียกว่า "As-You-Like-It" option) ช่วยให้ผู้ถือสามารถตัดสินใจได้หลังจากผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งว่า ต้องการให้ออปชันนั้นเป็น Call หรือ Put
มูลค่าของ Chooser Option ณ เวลาที่ต้องเลือกคือ:
\( Max(Call, Put) \)
ทำไมถึงต้องใช้? หากคุณรู้ว่ากำลังจะมีเหตุการณ์สำคัญ (เช่น การเลือกตั้ง หรือการประกาศผลประกอบการ) และคุณคาดว่าราคาจะขยับตัวแรงมากแต่ไม่แน่ใจว่าจะไปใน ทิศทางไหน Chooser Option คือตัวเลือกที่เหมาะที่สุดครับ
6. Barrier Options
Barrier Options เป็นออปชันประเภท Exotic ที่พบบ่อยที่สุดในข้อสอบ FRM ผลตอบแทนของมันขึ้นอยู่กับว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิง แตะระดับที่กำหนด (Barrier) ในช่วงเวลาที่ระบุหรือไม่
แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก:
1. Knock-out Options: จะ "ตาย" (ไม่มีมูลค่า) ทันทีถ้าราคาแตะ Barrier
2. Knock-in Options: จะ "เริ่มทำงาน" ก็ต่อเมื่อราคาแตะ Barrier เท่านั้น
ยังแบ่งย่อยตามทิศทางอีก:
• Down-and-out: ราคาเริ่มต้นสูงกว่า Barrier; ถ้าตกลงมาแตะ Barrier ออปชันจะตาย
• Up-and-out: ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า Barrier; ถ้าขึ้นไปแตะ Barrier ออปชันจะตาย
• Down-and-in: จะทำงานก็ต่อเมื่อราคาตกลงมาแตะ Barrier เท่านั้น
• Up-and-in: จะทำงานก็ต่อเมื่อราคาขึ้นไปแตะ Barrier เท่านั้น
แนวคิดสำคัญ: "Knock-in" + "Knock-out" ที่มีราคาใช้สิทธิ์และ Barrier เดียวกัน = Vanilla Option นี่คือเทคนิคการออกข้อสอบที่พบบ่อยมาก!
7. Binary Options
Binary Options เป็นการเดิมพันแบบ "ได้หมดหรือไม่ได้เลย" (All-or-nothing) พวกมันไม่สนใจว่าคุณจะอยู่ในสถานะ In-the-money ลึกแค่ไหน สนใจแค่ว่า คุณอยู่ในสถานะ In-the-money หรือไม่เท่านั้น
• Cash-or-Nothing: จ่ายเงินจำนวนคงที่หากราคาสินทรัพย์อยู่เหนือราคาใช้สิทธิ์
• Asset-or-Nothing: จ่ายเป็นมูลค่าของสินทรัพย์นั้นๆ หากราคาสินทรัพย์อยู่เหนือราคาใช้สิทธิ์
เทคนิคการจำ: ให้นึกถึงสวิตช์ดิจิทัล มันมีแค่ 0 (ปิด) หรือ 1 (เปิด) ไม่มีผลตอบแทน "กึ่งกลาง" ใดๆ
8. Lookback Options
Lookback Options ยอมให้ผู้ถือสามารถ "มองย้อนกลับ" ไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาและเลือกราคาที่ได้เปรียบที่สุดได้ ออปชันเหล่านี้จะมีราคาแพงมากเพราะมันช่วยตัดความเสี่ยงเรื่องการจับจังหวะตลาดออกไป!
• Floating Lookback Call: ราคาใช้สิทธิ์คือราคาที่ ต่ำที่สุด ที่สินทรัพย์ไปถึงในช่วงอายุของออปชัน (คุณซื้อได้ในราคาที่ต่ำที่สุดจริงๆ)
• Fixed Lookback Call: ราคาใช้สิทธิ์ถูกกำหนดไว้ตายตัว แต่คุณสามารถใช้ราคาสูงสุดที่สินทรัพย์ไปถึงเป็นราคาสุดท้ายในการคำนวณได้ (คุณขายได้ในราคาที่สูงที่สุดจริงๆ)
9. Shout Options
Shout Option อนุญาตให้ผู้ถือ "ตะโกนบอก" (Shout) ผู้เขียนสัญญาได้หนึ่งครั้งตลอดอายุออปชัน การตะโกนคือการ ล็อกกำไร ณ ขณะนั้นไว้ เมื่อถึงวันหมดอายุ คุณจะได้รับกำไรที่ล็อกไว้ หรือผลตอบแทน Vanilla ทั่วไป อย่างใดอย่างหนึ่งที่มากกว่า
เปรียบเทียบ: เหมือนกับ "จุด Save" ในวิดีโอเกม ถ้าหลังจากนั้นคุณทำได้ดีกว่าเดิมก็ดีไป! แต่ถ้าพลาด คุณก็สามารถกลับมาใช้ผลตอบแทน ณ จุดที่คุณ Save ไว้ได้
10. Asian Options
ผลตอบแทนของ Asian Option ขึ้นอยู่กับ ราคาเฉลี่ย ของสินทรัพย์ในช่วงเวลาหนึ่ง แทนที่จะขึ้นอยู่กับราคา ณ จุดใดจุดหนึ่ง
• Average Price Option: ผลตอบแทน = \( Max(0, Average\ Price - Strike) \)
• Average Strike Option: ผลตอบแทน = \( Max(0, Stock\ Price - Average\ Price) \)
ทำไมต้อง Asian Options?
1. มัน ราคาถูกกว่า vanilla options เพราะค่าเฉลี่ยของราคามีความผันผวนน้อยกว่าราคาตัวสินทรัพย์เอง
2. ช่วยป้องกัน "การปั่นราคา" ใกล้วันหมดอายุ
11. Basket and Exchange Options
• Exchange Option: สิทธิ์ในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์หนึ่งเพื่อเอาอีกสินทรัพย์หนึ่ง (เช่น แลกหุ้น A 10 หุ้น กับ หุ้น B 5 หุ้น)
• Basket Option: ออปชันบนมูลค่ารวมของ พอร์ตการลงทุน ของสินทรัพย์หลายตัว
หมายเหตุสำคัญสำหรับสอบ: สำหรับ Basket Options เรื่อง ค่าความสัมพันธ์ (Correlation) สำคัญมาก ถ้าสินทรัพย์มีความสัมพันธ์กันสมบูรณ์ ตะกร้าสินทรัพย์จะผันผวนมาก แต่ถ้ามีความสัมพันธ์ต่ำ ความผันผวนของตะกร้าจะลดลง ทำให้ตัวออปชันมีราคาถูกลง
บทสรุปและประเด็นสำคัญ
ไม่ต้องตื่นตระหนก! โดยปกติแล้วคุณไม่จำเป็นต้องท่องจำสูตรยากๆ สำหรับสิ่งเหล่านี้ในการสอบ FRM Part I ให้เน้นไปที่ ตรรกะ ของผลตอบแทน:
• Asian: ให้นึกถึง "ค่าเฉลี่ย" ราคาถูกลงเพราะผันผวนน้อย
• Barrier: ให้นึกถึง "Knock-in/Knock-out" ขึ้นอยู่กับการแตะระดับราคา
• Binary: ให้นึกถึง "ได้หมดหรือไม่ได้เลย"
• Lookback: ให้นึกถึง "ราคาที่ดีที่สุด" ราคาแพงมาก
• Bermudan: ให้นึกถึง "สถานีที่กำหนดไว้"
• Compound: ให้นึกถึง "ออปชันของออปชัน"
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง: สับสนระหว่าง "Up-and-out" กับ "Down-and-out" ให้ดูเสมอว่าราคา เริ่มต้น อยู่ที่ไหนเมื่อเทียบกับ Barrier ถ้า Barrier อยู่ เหนือ ราคาปัจจุบัน มันต้องเป็น Barrier แบบ "Up" แน่นอน!