ยินดีต้อนรับสู่บทเรียน Pronouns (คำสรรพนาม) และ Determiners (คำนำหน้านาม)!
ในการสอบ TOEIC ส่วนที่เรียกว่า Part 5 ของข้อสอบ Reading คุณมักจะถูกถามให้เติมคำในช่องว่างของประโยคสั้นๆ คำถามเหล่านี้จำนวนมากมักทดสอบความรู้ของคุณเรื่อง Pronouns และ Determiners ถึงแม้คำเหล่านี้จะดูเป็น "คำเล็กๆ" แต่ก็เป็นคะแนนที่คุ้มค่ามาก ทำไมหรือ? เพราะถ้าคุณรู้กฎ คุณจะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ทำให้คุณมีเวลามากขึ้นสำหรับบทอ่านที่ยาวใน Part 7 เรามาเรียนรู้วิธีการมองหาคำตอบที่ถูกต้องในทุกๆ ข้อกันเลย!
1. การใช้ Personal Pronouns (คำสรรพนามแทนบุคคล) อย่างเชี่ยวชาญ
ในการสอบ TOEIC กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการเลือก "รูปคำ" (Case) ผิด (ซึ่งคือรูปแบบของคำที่เปลี่ยนไปตามหน้าที่ในประโยค) คุณจำเป็นต้องระบุให้ได้ว่าช่องว่างนั้นทำหน้าที่เป็น Subject (ผู้กระทำ) หรือ Object (ผู้ถูกกระทำ)
กฎการใช้ Subject vs. Object
Subject Pronouns: I, You, He, She, It, We, They (มักจะอยู่ หน้า กริยา)
Object Pronouns: Me, You, Him, Her, It, Us, Them (มักจะอยู่ หลัง กริยา หรือบุพบท)
ตัวอย่าง (ตัวอย่างที่อ่อน):
The supervisor asked he to finish the report by Friday.
ทำไมถึงผิด: "He" เป็นคำสรรพนามประธาน แต่ในที่นี้มันทำหน้าที่เป็นผู้ถูกกระทำจากกริยา "asked"
ตัวอย่าง (ตัวอย่างที่ปรับปรุงสำหรับ TOEIC):
The supervisor asked him to finish the report by Friday.
เคล็ดลับ TOEIC: ถ้าช่องว่างอยู่หลังคำกริยา เช่น contact, notify, tell, หรือ remind ให้มองหาคำสรรพนามรูป Object
2. Possessive Adjectives (คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ) vs. Possessive Pronouns (คำสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ)
นี่เป็นลูกเล่นที่คนออกข้อสอบ TOEIC ชื่นชอบ พวกเขาต้องการทดสอบว่าคุณรู้หรือไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ต้องมีคำนามตามหลังคำเหล่านี้
การทดสอบด้วย "คำนาม"
Possessive Adjectives: My, Your, His, Her, Its, Our, Their (ต้อง ตามด้วยคำนามเสมอ)
Possessive Pronouns: Mine, Yours, His, Hers, Its, Ours, Theirs (ห้าม มีคำนามตามหลังเด็ดขาด; พวกมันยืนด้วยตัวเองได้เลย)
ตัวอย่าง (ตัวอย่างที่อ่อน):
The office on the second floor is our.
ทำไมถึงผิด: "Our" เป็นคำคุณศัพท์ มันต้องการคำนามอย่างเช่น "office" ตามหลัง
ตัวอย่าง (ตัวอย่างที่ปรับปรุงสำหรับ TOEIC):
The office on the second floor is ours.
หรือ: That is our office on the second floor.
ทบทวนสั้นๆ: ให้ดูคำที่อยู่หลังช่องว่างทันที เป็นคำนามใช่หรือไม่? ถ้าใช่ ให้เลือกรูปคุณศัพท์ (their, her, your) ถ้าเป็นเครื่องหมายจุด (.) หรือจุลภาค (,) ให้เลือกรูปสรรพนาม (theirs, hers, yours)
3. Reflexive Pronouns (สรรพนามสะท้อนกลับ -self/-selves)
Reflexive pronouns จะใช้เมื่อประธานและกรรมเป็นบุคคลเดียวกัน หรือเพื่อเน้นย้ำว่าใครบางคนทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง
รูปแบบที่พบบ่อยใน TOEIC
1. By + Reflexive: หมายถึง "คนเดียว" หรือ "โดยไม่มีใครช่วย"
ตัวอย่าง: Mr. Kim prepared the presentation by himself.
2. การเน้นย้ำ (Emphasis): วางไว้หลังประธานทันทีหรือท้ายประโยค
ตัวอย่าง: The CEO himself signed the contracts.
รู้หรือไม่? ในข้อสอบ TOEIC คำว่า "by himself" มีค่าเท่ากับ "on his own" ทุกประการ ถ้าคุณเห็น "on [blank] own" คำตอบมักจะเป็นคำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ (on his own) ไม่ใช่ Reflexive pronoun
4. Determiners (คำนำหน้านาม) และ Quantifiers (คำบอกปริมาณ)
Determiners ช่วยระบุว่าเรากำลังพูดถึงคำนามตัวไหนหรือมีจำนวนเท่าใด ใน TOEIC Part 5 ข้อสอบจะทดสอบว่า Determiner นั้นสอดคล้องกับคำนามหรือไม่ (เอกพจน์ vs. พหูพจน์)
การจับคู่เอกพจน์/พหูพจน์
Each / Every: ใช้กับคำนาม เอกพจน์
ตัวอย่าง: Each employee must wear an ID badge. (ไม่ใช่: Each employees)
All / Many / Several: ใช้กับคำนาม พหูพจน์
ตัวอย่าง: Several candidates were interviewed today.
Much / Little: ใช้กับคำนาม นับไม่ได้ (เช่น information, equipment, luggage)
ตัวอย่าง: We don't have much information about the merger yet.
สรุปสำคัญ: ตรวจสอบเสมอว่าคำนามหลังช่องว่างมี "-s" หรือไม่ นี่คือวิธีเก็บคะแนนที่เร็วที่สุดในส่วนนี้!
5. Relative Pronouns (คำสรรพนามเชื่อมความ): การเชื่อมโยงความคิด
Relative pronouns (who, which, that, whose) ใช้เชื่อมคำอธิบายเข้ากับคำนาม ใน Part 5 การเลือกคำที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณกำลังอธิบายอะไร
Who: สำหรับคน
Which: สำหรับสิ่งของ/วัตถุ
Whose: สำหรับการแสดงความเป็นเจ้าของ (ของใครบางคน)
That: สำหรับคนหรือสิ่งของ
กับดัก "Whose":
TOEIC มักทดสอบ "whose" เพราะมันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน
ตัวอย่าง: We hired the consultant whose experience is in marketing.
เทคนิค: ถ้าคุณเห็น [คำนาม] + [ช่องว่าง] + [คำนาม] คำตอบมักจะเป็น whose เสมอ
6. สรุปและกลยุทธ์การทำข้อสอบ
ความจริงเรื่องเวลา: คุณมีเวลา 75 นาทีสำหรับคำถาม Reading 100 ข้อ คุณไม่ควรใช้เวลาเกิน 30 วินาทีกับคำถามเรื่องสรรพนาม ถ้าคุณรู้กฎด้านบน คุณมักจะพบคำตอบได้ใน 5 วินาที!
เช็คลิสต์สุดท้ายสำหรับ Part 5:
1. ช่องว่างอยู่ก่อนหรือหลังกริยา? (ประธาน vs. กรรม)
2. มีคำนามอยู่หลังช่องว่างทันทีหรือไม่? (คำคุณศัพท์แสดงความเป็นเจ้าของ vs. คำสรรพนาม)
3. คำนามนั้นเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์? (การเลือก Determiner)
4. มีคำว่า "by" อยู่หน้าช่องว่างหรือไม่? (มองหาคำที่ลงท้ายด้วย -self)
5. ระวังกับดักการสะกดคำที่พบบ่อย: Its (แสดงความเป็นเจ้าของ) vs. It's (ย่อมาจาก it is) ข้อสอบ TOEIC ชอบใช้ "It's" เป็นตัวลวง!
ไม่ต้องกังวลถ้ารู้สึกว่ามีสิ่งที่ต้องจำเยอะ! เริ่มต้นด้วยการฝึกกฎ "ประธาน vs. กรรม" ก่อน เมื่อคุณรู้สึกมั่นใจแล้วค่อยขยับไปฝึกเรื่อง "เอกพจน์ vs. พหูพจน์" การก้าวไปทีละน้อยเหล่านี้จะนำไปสู่คะแนนที่สูงขึ้นในวันสอบจริงของคุณ