ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทีม! มาคุยกันเรื่อง "ข้อตกลงในการรับงาน (Terms of Engagement)"
สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนเรื่อง ข้อตกลงในการรับงาน (Terms of Engagement) ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นเส้นทาง AUD ไม่ต้องกังวลไปครับ บทนี้ไม่ได้มีตัวเลขที่ซับซ้อนหรือตารางสเปรดชีตที่น่าปวดหัวเลย แต่มันคือการ "วางกฎกติกาของเกม" ครับ ก่อนที่ผู้สอบบัญชีจะเริ่มเจาะลึกลงไปในตัวเลข ทุกฝ่ายต้องตกลงกันให้ชัดเจนก่อนว่าใครมีหน้าที่ทำอะไร ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่ต้น เรื่องอาจจะยุ่งเหยิงในภายหลังได้ครับ!
ในบทนี้ เราจะมาเรียนรู้กันว่าผู้สอบบัญชีตัดสินใจว่าจะรับงานจากลูกค้าหรือไม่ และจะทำข้อตกลงนั้นให้เป็นลายลักษณ์อักษรได้อย่างไร มาเริ่มกันเลย!
1. เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบ (Preconditions for an Audit)
ก่อนที่ผู้สอบบัญชีจะตอบ "ตกลง" กับโปรเจกต์ใดๆ จะต้องมีปัจจัยหลักสองประการเกิดขึ้นก่อน ซึ่งเราเรียกว่า เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการตรวจสอบ หากเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ครบถ้วน โดยปกติแล้วผู้สอบบัญชีควรปฏิเสธการรับงานนั้นครับ
ก. แม่บทการรายงานทางการเงิน (The Financial Reporting Framework)
ผู้สอบบัญชีต้องพิจารณาว่า "กฎ" ที่บริษัทใช้ในการจัดทำงบการเงินนั้นเป็นที่ยอมรับหรือไม่ ในสหรัฐอเมริกา ปกติแล้วคือ GAAP (หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป) ลองนึกภาพว่าคุณเป็นกรรมการตัดสินฟุตบอล แต่ทีมหนึ่งกำลังเล่นรักบี้อยู่สิครับ! มันไปกันไม่ได้แน่นอน ดังนั้นทั้งผู้สอบบัญชีและลูกค้าต้องเห็นพ้องในกฎเดียวกัน (แม่บทที่ใช้)
ข. ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร (Management’s Responsibilities)
ข้อนี้สำคัญมากสำหรับข้อสอบ CPA ครับ! ฝ่ายบริหารต้องยอมรับว่าตนเองมีหน้าที่รับผิดชอบใน 3 เรื่องหลัก ให้ใช้คำย่อ DIM เพื่อจำความรับผิดชอบเกี่ยวกับระบบการควบคุมภายใน:
• Design (การออกแบบ) ระบบการควบคุมภายใน
• Implementation (การนำไปใช้) ระบบการควบคุมภายใน
• Maintenance (การธำรงไว้) ระบบการควบคุมภายใน
นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารต้องให้ผู้สอบบัญชี เข้าถึงข้อมูลทุกอย่าง (บันทึก, เอกสาร) และ เข้าถึงตัวบุคคล ภายในองค์กรได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ถ้าฝ่ายบริหารบอกว่า "คุณดูได้ทุกอย่างยกเว้นบัญชีลับของเรา" นั่นคือสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานเลยล่ะครับ!
ทบทวนสั้นๆ: ถ้าฝ่ายบริหารกำหนด "ข้อจำกัดด้านขอบเขตงาน" (Scope Limitation - หมายถึงไม่ยอมให้คุณทำงานของคุณ) ก่อนที่คุณจะเริ่มงาน และคุณประเมินว่าผลลัพธ์ที่จะออกมาน่าจะเป็นการ งดแสดงความเห็น (Disclaimer of Opinion) คุณก็ไม่ควรรับงานนี้ครับ
2. หนังสือตอบรับงานตรวจสอบ (Engagement Letter)
เมื่อเราตกลงจะทำงานร่วมกัน เราต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเรียกว่า หนังสือตอบรับงานตรวจสอบ (Engagement Letter) มันคือสัญญาที่เป็นทางการเพื่อลดความเสี่ยงที่ฝ่ายหนึ่งพูดอย่าง อีกฝ่ายพูดอีกอย่างในภายหลังครับ
ในหนังสือต้องมีอะไรบ้าง?
• วัตถุประสงค์และขอบเขต ของการตรวจสอบ
• ความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี (ในการแสดงความเห็น)
• ความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร (งบการเงิน, การควบคุมภายใน, การปฏิบัติตามกฎหมาย)
• การระบุ แม่บทการรายงานทางการเงิน (เช่น GAAP)
• คำกล่าวที่ระบุว่าเนื่องจาก ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (Inherent Limitations) ข้อผิดพลาดบางอย่างอาจตรวจไม่พบ (การตรวจสอบให้ความเชื่อมั่นในระดับ สมเหตุสมผล ไม่ใช่ความเชื่อมั่นระดับสูงสุด)
• การอ้างถึงรูปแบบและเนื้อหาที่คาดหวังของ รายงานของผู้สอบบัญชี
เปรียบเทียบ: การจ้างผู้สอบบัญชีเหมือนการจ้างผู้ตรวจบ้านมืออาชีพ ผู้ตรวจสัญญาว่าจะดูปัญหาสำคัญๆ (การตรวจสอบ) แต่พวกเขาไม่สามารถการันตีได้ว่าบ้านจะไม่มีวันน้ำรั่วในอีก 20 ปีข้างหน้า (ข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้) ทั้งสองฝ่ายเซ็นสัญญากันเพื่อให้รู้แน่ชัดว่ากำลังตรวจสอบอะไรอยู่
ประเด็นสำคัญ: หนังสือตอบรับงานตรวจสอบจำเป็นต้องมีสำหรับการตรวจสอบทุกครั้ง มันช่วยปกป้องทั้งตัวผู้สอบบัญชีและลูกค้าโดยการกำหนดความคาดหวังให้ชัดเจน
3. การตรวจสอบต่อเนื่อง: ต้องออกหนังสือฉบับใหม่ทุกปีไหม?
ถ้าคุณตรวจสอบลูกค้าเดิมซ้ำๆ ในทุกปี คุณไม่จำเป็นต้องออกหนังสือฉบับใหม่ที่เซ็นชื่อใหม่ เสมอไป แต่คุณต้องเตือนลูกค้าถึงเงื่อนไขต่างๆ อยู่เรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม คุณ ต้อง ปรับปรุงเงื่อนไขหรือส่งหนังสือฉบับใหม่หาก:
1. ฝ่ายบริหารดูเหมือนจะเข้าใจขอบเขตงานผิดไป
2. มีการปรับปรุงเงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม
3. มีการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหารระดับสูงหรือโครงสร้างเจ้าของ
4. มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในลักษณะหรือขนาดของธุรกิจ
5. ข้อกำหนดทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับเปลี่ยนไป
รู้หรือไม่? แม้ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แต่บริษัทบัญชี CPA ส่วนใหญ่ก็นิยมส่งหนังสือฉบับใหม่ทุกปีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งถือเป็น "แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practice)" ครับ
4. การเปลี่ยนเงื่อนไขระหว่างทาง
บางครั้งระหว่างที่กำลังตรวจสอบอยู่ ลูกค้าอาจขอให้คุณเปลี่ยนระดับของงานให้เป็น "ระดับที่ต่ำลง" (เช่น การสอบทาน - Review หรือ การรวบรวมข้อมูล - Compilation)
ทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น?
• สถานการณ์เปลี่ยนไป (เช่น ไม่จำเป็นต้องใช้การตรวจสอบเต็มรูปแบบสำหรับเงินกู้ธนาคารแล้ว)
• เข้าใจผิดว่าจริงๆ แล้วการตรวจสอบคืออะไร
• มี ข้อจำกัดด้านขอบเขตงาน (Scope Limitation) (พวกเขากำลังพยายามปิดบังบางอย่าง!)
ผู้สอบบัญชีควรทำอย่างไร?
ผู้สอบบัญชีต้องตัดสินใจว่าคำขอนั้น สมเหตุสมผล หรือไม่ ถ้าลูกค้าแค่พยายามหยุดคุณจากการตรวจพบการทุจริต นั่นถือว่า ไม่ สมเหตุสมผล! หากมีการเปลี่ยนระดับงาน รายงานฉบับใหม่ ไม่ควร กล่าวถึงขั้นตอนการตรวจสอบเดิมที่ได้ทำไปแล้ว เพราะเราไม่ต้องการให้ผู้อ่านรายงานเกิดความสับสนครับ
5. การตรวจสอบปีแรก: การคุยกับ "คนเก่า" (Predecessor Auditor)
ในโลกของการตรวจสอบ เราต้องพูดคุยกับผู้สอบบัญชีคนก่อนหน้าเราเสมอ ซึ่งเรียกว่า Predecessor Auditor นี่เป็นขั้นตอนที่ บังคับ สำหรับผู้สอบบัญชีคนใหม่ (Successor Auditor) ครับ
กระบวนการ:
1. ขออนุญาต: คุณ ต้อง ขออนุญาตลูกค้าเพื่อคุยกับผู้สอบบัญชีคนเก่า กฎจรรยาบรรณ (เรื่องความลับ) ป้องกันไม่ให้คนเก่าคุยกับคุณหากไม่มีการอนุญาต
2. ถ้าเขาบอกว่า "ไม่"? ถ้าลูกค้าปฏิเสธ นั่นถือเป็นสัญญาณเตือนภัยร้ายแรงเลยครับ คุณควรพิจารณาเรื่องการถอนตัวจากการรับงานนี้อย่างจริงจัง
3. เราถามอะไรบ้าง? เราไม่ได้ถามทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่เราถามเรื่องหลักๆ คือ:
• ข้อมูลเกี่ยวกับ ความซื่อสัตย์ ของฝ่ายบริหาร
• ความขัดแย้ง กับฝ่ายบริหารเกี่ยวกับนโยบายบัญชี
• การสื่อสารเกี่ยวกับ การทุจริต หรือ การกระทำที่ผิดกฎหมาย
• การสื่อสารเกี่ยวกับ จุดอ่อนของการควบคุมภายใน
• ความเข้าใจของผู้สอบบัญชีคนเดิมว่า ทำไม ลูกค้าถึงเปลี่ยนตัวผู้สอบบัญชี
เทคนิคช่วยจำ: ให้คิดเหมือนการคบหาดูใจกันครับ ถ้าคุณกำลังจะจริงจังกับใครสักคน คุณคงอยากถาม "แฟนเก่า" ของเขาว่าเลิกกันเพราะอะไร ถ้าแฟนเก่าบอกว่า "เขาโกหกทุกเรื่องเลยนะ" คุณก็อาจต้องกลับไปทบทวนความสัมพันธ์นี้ใหม่!
ประเด็นสำคัญ: การสื่อสารกับผู้สอบบัญชีคนก่อนเป็นสิ่งที่บังคับ หากลูกค้าบอกว่า "ไม่ให้คุย" ผู้สอบบัญชีส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า "ลาก่อน" ครับ
เช็คลิสต์สรุปเพื่อความสำเร็จ
• เงื่อนไขเบื้องต้น (Preconditions): มั่นใจว่าแม่บทการรายงานทางการเงินเป็นที่ยอมรับ และฝ่ายบริหารยอมรับความรับผิดชอบตามหลัก DIM
• หนังสือตอบรับงาน (Engagement Letter): สัญญาที่กำหนดว่า "ใคร ทำอะไร และอย่างไร"
• การเปลี่ยนแปลง: ตกลงให้เปลี่ยนระดับงานที่ต่ำลงได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลสมควรเท่านั้น
• ผู้สอบบัญชีคนก่อน (Predecessor): ต้องสอบถามเรื่องความซื่อสัตย์ของฝ่ายบริหารและความขัดแย้งต่างๆ ก่อนตัดสินใจรับงานทุกครั้ง
ไม่ต้องกังวลถ้ากฎเกณฑ์ดูเยอะนะครับ! แค่จำไว้ว่าส่วนของ "ข้อตกลงในการรับงาน" คือเรื่องของ ความสงสัยเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ (Professional Skepticism) ซึ่งก็คือการทำให้แน่ใจว่าเรารู้ว่าเรากำลังร่วมงานกับใครก่อนที่จะเซ็นชื่อลงในรายงาน คุณทำได้แน่นอนครับ!