เกณฑ์คะแนนสอบผ่าน HSK ระดับ 1–6: เช็กคะแนนเต็มและเกณฑ์ผ่านที่แท้จริง

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานชาวไทยที่กำลังเตรียมตัวสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน (HSK) ไม่ว่าจะเพื่อยื่นขอทุนรัฐบาลจีน (CSC) ทุนขงจื่อ ยื่นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี-โท หรือใช้ปรับฐานเงินเดือน คำถามสำคัญที่สุดมักหนีไม่พ้น "HSK ต้องได้กี่คะแนนถึงจะผ่าน?"

คำตอบตามเกณฑ์มาตรฐานทางการของ Center for Language Education and Cooperation (CLEC) คือ "เกณฑ์ 60% ของคะแนนเต็ม" โดยแบ่งตามระดับโครงสร้างข้อสอบ ดังนี้:

  • HSK ระดับ 1 และ ระดับ 2: คะแนนเต็ม 200 คะแนน (การฟัง 100 + การอ่าน 100) เกณฑ์สอบผ่านคือ 120 คะแนนขึ้นไป
  • HSK ระดับ 3 ถึง ระดับ 6: คะแนนเต็ม 300 คะแนน (การฟัง 100 + การอ่าน 100 + การเขียน 100) เกณฑ์สอบผ่านคือ 180 คะแนนขึ้นไป

หากคุณต้องการอ่านแนวทางการวางแผนเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูคลังความรู้ได้ที่ บทความเทคนิคการสอบภาษา ของเรา

ข้อเท็จจริงเรื่องเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำรายพาร์ต (HSK vs JLPT)

ผู้เรียนภาษาในไทยหลายคนที่เคยสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT) มักมีความกังวลเรื่องเกณฑ์ตัดตกรายพาร์ต (Sectional Cutoff เช่น เกณฑ์ 19 คะแนนของ JLPT) จนกลัวว่าหากพาร์ตการเขียนหรือการฟังของ HSK ได้คะแนนน้อยเกินไปจะปรับตกทันทีหรือไม่

ความจริงคือ HSK ไม่มีการกำหนดคะแนนขั้นต่ำรายพาร์ต การตัดสินผลสอบผ่านวัดจาก "คะแนนรวมทั้งหมด" เท่านั้น ตัวอย่างเช่น ในการสอบ HSK 4 (คะแนนเต็ม 300 คะแนน):

  • การฟัง: 75 คะแนน
  • การอ่าน: 80 คะแนน
  • การเขียน: 30 คะแนน
  • คะแนนรวม: 185 คะแนน → ผลการสอบคือ "ผ่าน" (Pass) แม้ว่าพาร์ตการเขียนจะได้คะแนนค่อนข้างน้อยก็ตาม

อย่างไรก็ตาม แม้ระบบจะถือว่าสอบผ่าน แต่หากเป้าหมายของคุณคือการยื่นขอทุนการศึกษาหรือสมัครงาน การมีคะแนนสมดุลทุกทักษะจะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า

กฎการสอบควบคู่ HSK + HSKK (การสอบวัดระดับทักษะการพูด)

อีกหนึ่งข้อบังคับที่สนามสอบในประเทศไทยส่วนใหญ่บังคับใช้แล้ว คือการสอบควบคู่ระหว่าง HSK แบบข้อเขียนและ HSKK (การสอบพูด):

  • HSK 3 ต้องสมัครสอบควบคู่กับ HSKK ระดับต้น (Primary)
  • HSK 4 ต้องสมัครสอบควบคู่กับ HSKK ระดับกลาง (Intermediate)
  • HSK 5 และ HSK 6 ต้องสมัครสอบควบคู่กับ HSKK ระดับสูง (Advanced)

เกณฑ์คะแนนสอบผ่าน HSKK: คะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยมีเกณฑ์สอบผ่านอยู่ที่ 60 คะแนนขึ้นไป ทั้งนี้ ผลคะแนน HSK และ HSKK จะรายงานแยกลำดับกันในใบรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการ (Score Report)

คะแนนผ่านขั้นต่ำ (180 คะแนน) vs คะแนนยื่นทุนจริง (210+ คะแนน)

แม้ว่า 180/300 จะถือว่าสอบผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน แต่ในความเป็นจริงของการแข่งขันยื่นทุนการศึกษาและสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในจีน (เช่น ปักกิ่ง ชิงหวา หรือฟู่ตั้น):

  • เกณฑ์ผ่านพื้นฐาน (180–209 คะแนน): ใช้สำหรับผ่านเกณฑ์รับปริญญา หรือยื่นสมัครหลักสูตรที่ไม่เน้นการแข่งขันสูง
  • เกณฑ์แข่งขันเพื่อชิงทุน (210–240+ คะแนน): สำหรับทุนรัฐบาลจีน (CSC) และทุนครูสอนภาษาจีนนานาชาติ (CIS) ผู้สมัครระดับปริญญาตรีสายมนุษยศาสตร์หรือบริหารธุรกิจมักต้องใช้ HSK 4 หรือ HSK 5 ที่มีคะแนนตั้งแต่ 210 คะแนนขึ้นไป ร่วมกับผล HSKK ที่ผ่านเกณฑ์

รอบสอบ คอมพิวเตอร์ vs กระดาษ และอายุของผลคะแนน

ในไทย การสอบ HSK แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก:

  1. สอบบนคอมพิวเตอร์ (Computer-based / iBT): รู้ผลคะแนนออนไลน์รวดเร็วภายในประมาณ 10 วันหลังสอบ เหมาะสำหรับผู้ที่พิมพ์พินอินได้คล่องและต้องการใช้คะแนนเร่งด่วน
  2. สอบแบบกระดาษ (Paper-based): ประกาศผลสอบออนไลน์ภายในประมาณ 30 วันหลังสอบ เหมาะสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการขีดเขียนบนกระดาษคำตอบ

ผลคะแนน HSK มีอายุการใช้งาน 2 ปี นับจากวันที่สอบ สำหรับใช้ยื่นสมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของจีน

ยกระดับการฝึกฝนด้วย AI เพื่อคะแนน HSK ที่เหนือกว่าเกณฑ์ผ่าน

การจะทำคะแนน HSK ให้ได้เกิน 210 คะแนนขึ้นไป ไม่ได้อาศัยเพียงการท่องศัพท์ตามรายการคำศัพท์เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความเข้าใจไวยากรณ์ การจับใจความบทสนทนาที่ซับซ้อน และการเรียงประโยคอย่างถูกต้อง

คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้อัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์จุดอ่อนรายบุคคล เพื่อจำลองการทำข้อสอบเสมือนจริง ตรวจจับไวยากรณ์ที่ใช้ผิดบ่อย และฝึกฝนคำศัพท์แบบตรงจุด ได้ที่ ระบบฝึกฝนด้วย AI บน Thinka หรือศึกษาภาพรวมกลยุทธ์การเตรียมตัวสอบได้ทาง หน้าแรกของ Thinka เพื่อเตรียมความพร้อมให้คุณมั่นใจก่อนลงสนามสอบจริง