ตารางแปลงคะแนน IELTS Raw Score สู่ Band Score พร้อมสูตรปัดเศษ Overall ที่ถูกต้อง

ไขข้อข้องใจตารางแปลงคะแนนดิบ IELTS จาก 40 ข้อ สู่ Band Score จริง
เวลาทำข้อสอบ Mock Test ของ IELTS ไม่ว่าจะเป็นพาร์ต Listening หรือ Reading หลายคนมักจะนับจำนวนข้อถูกที่ได้เต็ม 40 ข้อ (Raw Score) แล้วสงสัยว่าคะแนนดิบที่ทำได้ตรงกับ Band Score เท่าไรในระบบ 9.0 ของข้อสอบจริง การแปลงคะแนนดิบของ IELTS ไม่ได้ใช้การเทียบบัญญัติไตรยางศ์แบบข้อสอบภาษาอังกฤษทั่วไปอย่าง TOEIC แต่ใช้เกณฑ์การแปลงคะแนนแบบเฉพาะเจาะจง โดยข้อสอบ Listening และ Reading ของ IELTS มีคะแนนเต็มพาร์ตละ 40 คะแนน ซึ่งจะถูกแปลงเป็น Band Score ตั้งแต่ 0 ถึง 9.0
สำหรับพาร์ต Listening การตอบถูก 30–31 ข้อจะเทียบเท่ากับ Band Score 7.0 ในขณะที่พาร์ต Academic Reading การตอบถูก 30–32 ข้อจะได้ Band 7.0 แต่ถ้าเป็น General Training Reading คุณจะต้องตอบถูกถึง 34–35 ข้อจึงจะได้ Band 7.0 นอกจากนี้ คะแนนรวมทั้ง 4 ทักษะ (Overall Band Score) ยังมีสูตรคำนวณค่าเฉลี่ยและการปัดเศษแบบเฉพาะ โดยเศษทศนิยมที่ลงท้ายด้วย \(.25\) จะถูกปัดขึ้นเป็น Half-band ถัดไป เช่น \(6.25\) ปัดขึ้นเป็น \(6.5\) และเศษทศนิยมที่ลงท้ายด้วย \(.75\) จะถูกปัดขึ้นเป็น Whole Band เช่น \(6.75\) ปัดขึ้นเป็น \(7.0\)
ตารางแปลงคะแนนดิบ IELTS Listening (Academic & General Training)
ข้อสอบ IELTS Listening ใช้ชุดข้อสอบเดียวกันทั้งสำหรับผู้สอบแบบ Academic และ General Training ดังนั้นเกณฑ์การแปลงคะแนนดิบเต็ม 40 ข้อจึงใช้ตารางเดียวกันทั้งหมด ดังนี้
Band 9.0: ตอบถูก \(39 - 40\) ข้อ
Band 8.5: ตอบถูก \(37 - 38\) ข้อ
Band 8.0: ตอบถูก \(35 - 36\) ข้อ
Band 7.5: ตอบถูก \(32 - 34\) ข้อ
Band 7.0: ตอบถูก \(30 - 31\) ข้อ
Band 6.5: ตอบถูก \(26 - 29\) ข้อ
Band 6.0: ตอบถูก \(23 - 25\) ข้อ
Band 5.5: ตอบถูก \(18 - 22\) ข้อ
Band 5.0: ตอบถูก \(16 - 17\) ข้อ
Band 4.5: ตอบถูก \(13 - 15\) ข้อ
Band 4.0: ตอบถูก \(10 - 12\) ข้อ
เปรียบเทียบตารางคะแนน Academic Reading vs General Training Reading
ข้อแตกต่างสำคัญที่ผู้สอบต้องระวังคือพาร์ต Reading เพราะเนื้อหาของ General Training จะเป็นบทความสั้นในชีวิตประจำวันและการทำงาน ซึ่งมีความซับซ้อนของคำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์น้อยกว่า Academic Reading ที่นำมาจากบทความวิชาการ งานวิจัย และวารสาร ด้วยเหตุนี้ เกณฑ์การแปลงคะแนนของ General Training จึงเข้มงวดกว่ามาก โดยคุณต้องทำคะแนนดิบให้ได้มากกว่า Academic ถึง 3–5 ข้อเพื่อให้ได้ Band เท่ากัน
เกณฑ์แปลงคะแนน Academic Reading (เต็ม 40 ข้อ)
Band 9.0: ตอบถูก \(39 - 40\) ข้อ
Band 8.5: ตอบถูก \(37 - 38\) ข้อ
Band 8.0: ตอบถูก \(35 - 36\) ข้อ
Band 7.5: ตอบถูก \(33 - 34\) ข้อ
Band 7.0: ตอบถูก \(30 - 32\) ข้อ
Band 6.5: ตอบถูก \(27 - 29\) ข้อ
Band 6.0: ตอบถูก \(23 - 26\) ข้อ
Band 5.5: ตอบถูก \(19 - 22\) ข้อ
Band 5.0: ตอบถูก \(15 - 18\) ข้อ
Band 4.5: ตอบถูก \(13 - 14\) ข้อ
Band 4.0: ตอบถูก \(10 - 12\) ข้อ
เกณฑ์แปลงคะแนน General Training Reading (เต็ม 40 ข้อ)
Band 9.0: ตอบถูก \(40\) ข้อ
Band 8.5: ตอบถูก \(39\) ข้อ
Band 8.0: ตอบถูก \(37 - 38\) ข้อ
Band 7.5: ตอบถูก \(36\) ข้อ
Band 7.0: ตอบถูก \(34 - 35\) ข้อ
Band 6.5: ตอบถูก \(32 - 33\) ข้อ
Band 6.0: ตอบถูก \(30 - 31\) ข้อ
Band 5.5: ตอบถูก \(27 - 29\) ข้อ
Band 5.0: ตอบถูก \(23 - 26\) ข้อ
Band 4.5: ตอบถูก \(19 - 22\) ข้อ
Band 4.0: ตอบถูก \(15 - 18\) ข้อ
สูตรคำนวณ Overall Band Score และกฎการปัดเศษ .25 / .75
คะแนน IELTS รวม (Overall Band Score) คำนวณจากการนำคะแนนของทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking มารวมกันแล้วหารด้วย 4 จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ไปเข้าเกณฑ์การปัดเศษอย่างเป็นทางการของ IELTS โดยมีหลักการคำนวณดังนี้
1. กฎการปัดเศษเข้าสู่ Half-band (.5):
หากค่าเฉลี่ยลงท้ายด้วย \(.25\) จะถูกปัดขึ้นเป็น \(.5\)
ตัวอย่าง: Listening \(6.5\), Reading \(6.5\), Writing \(6.0\), Speaking \(6.0\)
\(\text{ค่าเฉลี่ย} = \frac{6.5 + 6.5 + 6.0 + 6.0}{4} = \frac{25.0}{4} = 6.25\)
ผลลัพธ์: ปัดขึ้นเป็น Overall Band 6.5
หากค่าเฉลี่ยลงท้ายด้วย \(.125\) จะถูกปัดลงเป็นแบนด์เต็มเดิม
ตัวอย่าง: Listening \(6.5\), Reading \(6.0\), Writing \(6.0\), Speaking \(6.0\)
\(\text{ค่าเฉลี่ย} = \frac{24.5}{4} = 6.125\)
ผลลัพธ์: ปัดลงเป็น Overall Band 6.0
2. กฎการปัดเศษเข้าสู่ Whole Band (.0):
หากค่าเฉลี่ยลงท้ายด้วย \(.75\) จะถูกปัดขึ้นเป็นแบนด์เต็มถัดไปทันที
ตัวอย่าง: Listening \(7.0\), Reading \(7.0\), Writing \(6.5\), Speaking \(6.5\)
\(\text{ค่าเฉลี่ย} = \frac{7.0 + 7.0 + 6.5 + 6.5}{4} = \frac{27.0}{4} = 6.75\)
ผลลัพธ์: ปัดขึ้นเป็น Overall Band 7.0
หากค่าเฉลี่ยลงท้ายด้วย \(.625\) จะถูกปัดลงมาที่ครึ่งแบนด์เดิม
ตัวอย่าง: Listening \(7.0\), Reading \(6.5\), Writing \(6.5\), Speaking \(6.5\)
\(\text{ค่าเฉลี่ย} = \frac{26.5}{4} = 6.625\)
ผลลัพธ์: ปัดลงเป็น Overall Band 6.5
เกณฑ์คะแนนเป้าหมายสำหรับการยื่นเรียนต่อทั้งในไทยและต่างประเทศ
การเข้าใจระบบคะแนนช่วยให้คุณวางแผนเก็บข้อถูกในพาร์ต Listening และ Reading ได้อย่างแม่นยำตามเป้าหมายของแต่ละสถาบัน
1. หลักสูตรนานาชาติในไทย (TCAS รอบ 1 Portfolio / Inter Admission):
โครงการยอดนิยม เช่น BBA จุฬาฯ, BALAC จุฬาฯ, BBA ธรรมศาสตร์, BE ธรรมศาสตร์ หรือหลักสูตรอินเตอร์ของมหิดล มักกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ที่ Overall \(6.5 - 7.0\) โดยต้องมีคะแนนรายทักษะ (Sub-score) ไม่ต่ำกว่า \(6.0\) ดังนั้นคุณต้องตั้งเป้าทำข้อถูกใน Listening และ Reading ไม่ต่ำกว่า \(27 - 30\) ข้อ
2. ศึกษาต่อระดับปริญญาโทในสหราชอาณาจักร (UK) และออสเตรเลีย:
มหาวิทยาลัยกลุ่ม Russell Group หรือ Group of Eight มักต้องการ Overall \(6.5 - 7.5\) โดยไม่มีพาร์ตใดต่ำกว่า \(6.0\) หรือ \(6.5\) การดึงคะแนน Listening และ Reading ให้ได้ Band \(7.5 - 8.0\) (ทำถูก \(33 - 36\) ข้อ) จะช่วยดึงคะแนนเฉลี่ย Overall ให้แตะเกณฑ์ได้ง่ายขึ้น แม้ Writing จะได้ \(6.0 - 6.5\)
3. ศึกษาต่อในสิงคโปร์ ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา:
มหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง NUS, NTU, HKU หรือมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ มักมีเกณฑ์ Overall \(7.0\) ขึ้นไป การฝึกฝนเพื่อลดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในพาร์ตข้อสอบปรนัยจึงเป็นหัวใจสำคัญ
เทคนิคการเก็บคะแนนดิบเพิ่ม 1–2 ข้อเพื่อขยับครึ่งแบนด์ (Jump 0.5 Band)
ในหลายช่วงคะแนน การตอบถูกเพิ่มเพียง 1 ข้อสามารถเปลี่ยนผลคะแนนจาก \(6.0\) เป็น \(6.5\) หรือจาก \(6.5\) เป็น \(7.0\) ได้ทันที
ระวังกับดักตัวสะกดและพหูพจน์ใน Listening: ข้อสอบมักลวงด้วยเสียงลงท้าย เช่น \(-s\), \(-ed\) หรือการสะกดคำแบบ British vs American English หากสะกดผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียวจะถูกหักเป็น \(0\) คะแนนทันที
จับคีย์เวิร์ด Paraphrasing ใน Reading: คำตอบใน Passage มักไม่ใช้คำตรงกับคำถาม แต่ใช้คำพ้องความหมาย (Synonyms) หรือการเปลี่ยนรูปประโยค การฝึกสังเกต Paraphrase จะช่วยให้หาคำตอบได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องแปลทุกบรรทัด
แยกให้ออกระหว่าง False กับ Not Given: False คือข้อมูลในบทความขัดแย้งกับโจทย์โดยตรง ส่วน Not Given คือโจทย์กล่าวถึงข้อมูลที่บทความไม่ได้ยืนยันหรือไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน
เพื่อการเตรียมตัวที่แม่นยำ การฝึกทำโจทย์และประเมินจุดอ่อนด้วยระบบอัจฉริยะสามารถช่วยให้คุณเห็นแนวโน้มคะแนนได้ชัดเจนขึ้น คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ แพลตฟอร์มฝึกสอบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI หรือศึกษาแนวทางการสอบอื่นๆ ได้ที่ คลังบทความเตรียมสอบภาษาอังกฤษ และหากพร้อมที่จะทดสอบระดับภาษาของคุณแล้ว สามารถ เริ่มทำแบบฝึกหัดเสมือนจริงบน Thinka เพื่อวิเคราะห์คะแนนแบบเรียลไทม์ได้ทันที
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Sep 12, 2026
วิธีเพิ่มคะแนน IELTS 1 Band ใน 30 วัน: แผนปลดล็อกคะแนนตัน Band 6.0–6.5
เจาะลึกวิธีเพิ่มคะแนน IELTS ขึ้น 1 Band ใน 30 วัน ปลดล็อกคะแนนตัน 6.0-6.5 สู่ 7.0-7.5 ด้วยระบบวิเคราะห์ข้อผิดพลาดและแบบฝึกหัดตรงจุดสำหรับคนไทย
- Sep 9, 2026
เทียบระดับ IELTS กับ CEFR: ตารางเทียบ Band Score เกณฑ์ B2 vs C1 และข้อกำหนดมหาวิทยาลัย
เจาะลึกตารางเทียบ IELTS to CEFR เข้าใจเกณฑ์ B2 และ C1 สำหรับยื่นเรียนต่อต่างประเทศและขอวีซ่า พร้อมแนวทางอัปคะแนนจาก Band 6.0 สู่ 7.0+
- Sep 6, 2026
วิธีคำนวณคะแนน IELTS รวม: กฎการปัดเศษ .25 และ .75 พร้อมเทคนิคจำลองคะแนน Overall ให้ถึงเป้าหมาย
เจาะลึกสูตรคำนวณคะแนน IELTS Overall Band Score เข้าใจกฎปัดเศษทศนิยม .25 และ .75 พร้อมเทคนิคดันคะแนนพาร์ตที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อยื่นต่ออินเตอร์หรือชิงทุนต่างประเทศ
- Sep 3, 2026
เตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองจากศูนย์สู่ Band 7.5+: แผนอ่านหนังสือฉบับทำได้จริงที่บ้าน
วิธีเตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองแบบ Step-by-Step วางแผนชั่วโมงอ่านหนังสือ เทคนิคอัปคะแนนสู่ Band 7.5+ พร้อมวิธีประเมิน Writing & Speaking แม่นยำด้วย AI