ภาพรวมการเทียบคะแนน PTE เป็น IELTS (PTE to IELTS Concordance)

สำหรับผู้เรียนชาวไทยที่กำลังวางแผนศึกษาต่อต่างประเทศหรือยื่นวีซ่าทำงาน การเลือกสอบระหว่าง PTE Academic และ IELTS มักเป็นคำถามสำคัญ เกณฑ์การแปลงคะแนนมาตรฐานอย่างเป็นทางการ (Official Concordance) มีการจับคู่ระดับคะแนนที่สำคัญดังนี้: PTE 58–64 เทียบเท่ากับ IELTS Band 6.5, PTE 65–72 เทียบเท่ากับ IELTS Band 7.0, PTE 73–78 เทียบเท่ากับ IELTS Band 7.5 และ PTE 79–82 เทียบเท่ากับ IELTS Band 8.0

ทั้งสองแบบทดสอบมีอายุผลคะแนน 2 ปีเท่ากัน และใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทราบผลได้อย่างรวดเร็วภายใน 1–5 วัน แต่มีความแตกต่างด้านรูปแบบข้อสอบและการให้คะแนนอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจโครงสร้างการเทียบผลคะแนนและการจำแนกรายทักษะจะช่วยให้คุณประเมินได้ว่าจุดแข็งของตนเองเหมาะกับการสอบรูปแบบใดมากที่สุด

ตารางเทียบระดับคะแนนรวม PTE Academic vs IELTS Overall Band

ตารางเทียบเคียงคะแนนรวมตามเกณฑ์มาตรฐานล่าสุดของ Pearson และ IELTS:

• PTE 79–82 = IELTS Band 8.0 (ระดับผู้เชี่ยวชาญ / C1-C2 Proficiency)
• PTE 73–78 = IELTS Band 7.5 (ระดับดีมาก / C1 Advanced)
• PTE 65–72 = IELTS Band 7.0 (เกณฑ์ยอดนิยมระดับปริญญาโท Top Universities)
• PTE 58–64 = IELTS Band 6.5 (เกณฑ์มาตรฐานปริญญาตรี-โททั่วไป)
• PTE 50–57 = IELTS Band 6.0 (ระดับ Competent ทั่วไป)
• PTE 43–49 = IELTS Band 5.5 (เกณฑ์ระดับ Foundation / Pre-sessional)

การแปลงคะแนนรายทักษะ (Subscore Mappings): ฟัง พูด อ่าน เขียน

มหาวิทยาลัยและหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองส่วนใหญ่ไม่ได้พิจารณาเฉพาะคะแนนรวม (Overall Score) เท่านั้น แต่ยังกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของแต่ละพาร์ตย่อย (Subscores) ด้วย ซึ่งมีความแตกต่างในการกระจายคะแนนดังนี้:

1. ทักษะการเขียน (Writing)

ใน PTE Academic ระบบคอมพิวเตอร์จะตรวจการเขียนผ่านเกณฑ์คำศัพท์ ไวยากรณ์ โครงสร้าง และการสะกดคำที่แม่นยำ หากคุณได้ PTE Writing 65 จะเทียบเท่ากับ IELTS Writing Band 7.0 ซึ่งในระบบ IELTS ผู้สอบมักจะเผชิญความท้าทายในเกณฑ์ Task Achievement และ Coherence & Cohesion จากผู้ตรวจที่เป็นมนุษย์

2. ทักษะการพูด (Speaking)

PTE Speaking อาศัยอัลกอริทึมวิเคราะห์การออกเสียง (Pronunciation) และความลื่นไหลของเสียง (Oral Fluency) เทียบคะแนน PTE Speaking 65–72 เท่ากับ IELTS Speaking Band 7.0 หากผู้สอบมีความคุ้นเคยกับการพูดต่อเนื่องโดยไม่มีการหยุดชะงัก (Pauses) PTE มักจะให้ผลลัพธ์ที่ควบคุมมาตรฐานได้สม่ำเสมอกว่า

3. ทักษะการฟังและการอ่าน (Listening & Reading)

ข้อสอบ PTE ใช้ระบบ Integrated Skills ที่คำถามหนึ่งข้อสามารถให้คะแนนข้ามทักษะได้ (เช่น Read Aloud ให้คะแนนทั้ง Reading และ Speaking) ในขณะที่ IELTS แยกคะแนนชัดเจนแบบ 40 ข้อต่อพาร์ต

เกณฑ์การใช้คะแนนสำหรับศึกษาต่อและย้ายถิ่นฐาน (Admissions & Visa Benchmarks)

การนำผลสอบไปใช้งานจริงมีข้อกำหนดเฉพาะตามแต่ละประเทศ ดังนี้:

1. วีซ่าทักษะและการย้ายถิ่นฐานประเทศออสเตรเลีย (Australian PR Points)

• Competent English: PTE 50 ในแต่ละทักษะ = IELTS 6.0 (ได้รับ 0 คะแนน)
• Proficient English: PTE 65 ในแต่ละทักษะ = IELTS 7.0 (ได้รับ 10 คะแนน)
• Superior English: PTE 79 ในแต่ละทักษะ = IELTS 8.0 (ได้รับ 20 คะแนนสูงสุด)

2. ระบบ Express Entry ประเทศแคนาดา (Canadian CLB Tiers)

การยื่นขอ PR แคนาดาจะใช้เกณฑ์เทียบระดับ Canadian Language Benchmarks (CLB) โดยผลสอบ PTE Core และ IELTS General Training จะถูกแปลงเทียบระดับดังนี้:
• CLB 7: PTE Core ระดับเทียบเคียง IELTS 6.0 ทุกทักษะ
• CLB 8: เกณฑ์ขั้นสูงสำหรับการเพิ่มคะแนน CRS
• CLB 9: PTE Core ระดับเทียบเคียง IELTS Listening 8.0, Reading 7.0, Writing 7.0, Speaking 7.0

PTE กับ IELTS: เลือกสอบอะไรให้เหมาะกับผู้เรียนไทย?

ในการตัดสินใจเลือกสอบ แนะนำให้พิจารณาจากพฤติกรรมการทำข้อสอบของตนเอง:

• เลือก PTE Academic หาก: คุณถนัดการพิมพ์คอมพิวเตอร์ มีจังหวะการพูดที่ต่อเนื่องสม่ำเสมอ และต้องการทราบผลสอบด่วนภายใน 1–5 วันเพื่อยื่นเอกสารให้ทันรอบรับสมัคร
• เลือก IELTS หาก: คุณถนัดการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับ Examiner มีทักษะการเรียบเรียง Essay เชิงวิเคราะห์ลึกซึ้ง และต้องการสอบทั้งรูปแบบกระดาษหรือคอมพิวเตอร์ตามความคุ้นเคย

สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบ การทำความเข้าใจจุดอ่อนของตนเองผ่านระบบจำลองและบทวิเคราะห์ทักษะเป็นก้าวแรกที่สำคัญ คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก คลังบทความเตรียมสอบภาษาอังกฤษ หรือเริ่มฝึกทักษะด้วยเครื่องมือตรวจทานอัจฉริยะบน ระบบฝึกทำข้อสอบของ Thinka เพื่อวางแผนการเรียนรู้ที่ตรงจุด และสำรวจเทคโนโลยีการเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคลได้ที่ หน้าหลักของ Thinka เพื่อพิชิตเป้าหมายคะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด