เปรียบเทียบคะแนน PTE กับ IELTS: ตารางเทียบเกณฑ์ทางการ วิเคราะห์ความยาก และแนวทางเลือกสอบสำหรับคนไทย

เปรียบเทียบคะแนน PTE กับ IELTS: ควรเลือกสอบตัวไหนให้ผ่านเกณฑ์ไวที่สุด?
สำหรับนักเรียนและคนทำงานชาวไทยที่กำลังวางแผนยื่นศึกษาต่อต่างประเทศ สมัครทุนการศึกษา หรือยื่นขอวีซ่าทำงานและย้ายถิ่นฐาน คำถามยอดฮิตที่มักพบบ่อยคือ pte vs ielts score comparison หรือการเปรียบเทียบคะแนนระหว่าง PTE Academic และ IELTS Academic ว่าข้อสอบชุดไหนสอดคล้องกับจุดแข็งของตนเองมากกว่ากัน
หากตอบอย่างตรงไปตรงมา เกณฑ์มาตรฐานทางการระบุว่า คะแนน PTE 58 เทียบเท่ากับ IELTS Band 6.5, PTE 65 เทียบเท่ากับ IELTS Band 7.0 และ PTE 79 เทียบเท่ากับ IELTS Band 8.0 ซึ่งอยู่ในระดับ CEFR B2 ถึง C1 ตามลำดับ การตัดสินใจว่าข้อสอบใด "ง่ายกว่า" ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่ขึ้นอยู่กับรูปแบบการตรวจข้อสอบ ระหว่างระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI Automated Scoring) ของ PTE และคณะกรรมการผู้ตรวจที่เป็นมนุษย์ (Human Examiner) ของ IELTS
ตารางเทียบระดับคะแนนอย่างเป็นทางการ (Official Concordance Matrix)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการตั้งเป้าหมายคะแนน ตารางด้านล่างนี้สรุปการเทียบเคียงคะแนนระหว่าง IELTS, PTE และกรอบมาตรฐานภาษาอังกฤษสากล CEFR:
IELTS Band 5.5: PTE 42–49 (CEFR B2 Target)
IELTS Band 6.0: PTE 50–57 (CEFR B2)
IELTS Band 6.5: PTE 58–64 (CEFR B2 - จุดตัดยอดนิยมสำหรับ ป.โท ต่างประเทศ และหลักสูตร Inter ในไทย)
IELTS Band 7.0: PTE 65–72 (CEFR C1 - จุดตัดสำหรับมหาวิทยาลัยชั้นนำ และวีซ่าทักษะเฉพาะทาง)
IELTS Band 7.5: PTE 73–78 (CEFR C1)
IELTS Band 8.0: PTE 79–83 (CEFR C1 / C2)
IELTS Band 8.5+: PTE 84–90 (CEFR C2)
ระบบตรวจคะแนน: AI Algorithms ปะทะ Human Examiners
1. พาร์ตการพูด (Speaking Assessment)
ในฝั่งของ PTE Academic การสอบ Speaking ทั้งหมดจะถูกบันทึกเสียงและประเมินผลด้วยอัลกอริทึม AI 100% ระบบจะจับความคล่องแคล่ว (Oral Fluency) และการออกเสียง (Pronunciation) ตามหลักสัทศาสตร์ หากผู้สอบพูดอย่างต่อเนื่องโดยไม่เว้นช่วงหยุดนานเกินไป (No long hesitation) และมีจังหวะ Stress-Intonation ที่สม่ำเสมอ แม้เนื้อหาจะไม่ได้ซับซ้อนมาก ก็ยังมีโอกาสได้คะแนนสูง
ในทางตรงกันข้าม IELTS Speaking เป็นการสนทนาต่อหน้ากรรมการ (หรือผ่านวิดีโอคอลกับกรรมการจริง) ผู้ตรวจจะประเมินการสื่อสารตามธรรมชาติ ความเชื่อมโยงของความคิด (Coherence) และการตอบตรงประเด็น หากผู้สอบชอบการสบตา มีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติ และมีไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า IELTS อาจเป็นสนามที่แสดงศักยภาพได้ดีกว่า
2. พาร์ตการเขียน (Writing Evaluation)
ข้อสอบ Writing ของ PTE ตรวจด้วยระบบ Machine Learning ที่มองหาโครงสร้างไวยากรณ์ คำศัพท์เฉพาะทาง (Collocations/Academic Vocabulary) และการสะกดคำที่ถูกต้อง หากผู้สอบวางโครงสร้างตามเทมเพลตมาตรฐานและควบคุมข้อผิดพลาดด้าน Grammar ได้แม่นยำ จะทำคะแนนได้ง่ายขึ้น
ส่วน IELTS Writing (โดยเฉพาะ Task 2) กรรมการให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ Task Achievement และ Lexical Resource การจำเทมเพลตตายตัวไปเขียนมักจะได้คะแนนไม่เกิน Band 6.0 หากขาดการคิดวิเคราะห์เชิงลึกและการให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล
ระยะเวลารอผลสอบและรอบความถี่: บริหารเวลาอย่างไรให้ทันเดดไลน์
ปัจจัยสำคัญอีกประการสำหรับคนไทยที่ต้องส่งผลคะแนนด่วน คือเรื่องระยะเวลาการประกาศผล:
PTE Academic: ผลสอบมักออกอย่างรวดเร็วภายใน 1 ถึง 5 วันทำการ (หลายกรณีทราบผลภายใน 24–48 ชั่วโมง) เนื่องจากตรวจด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดก่อนปิดรับสมัคร
IELTS on Computer: ประกาศผลภายใน 1 ถึง 5 วันเช่นกัน
IELTS Paper-based (สอบกระดาษ): ใช้เวลาตรวจมาตรฐานประมาณ 13 วันทำการ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเทคนิคเตรียมตัวสอบเพิ่มเติม สามารถศึกษาแนวทางใน บทความแนะนำเทคนิคการเตรียมสอบวัดระดับภาษา เพื่อวางกลยุทธ์ตามกรอบเวลาของตนเอง
ผู้สอบชาวไทยควรเลือกสอบตัวไหนดี?
ในการประเมินเบื้องต้น ลองพิจารณาตามลักษณะทักษะและความถนัดของคุณ:
เลือก PTE Academic หากคุณ:
1. คุ้นเคยกับการทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์และพิมพ์สัมผัสภาษาอังกฤษได้คล่อง
2. มีทักษะการออกเสียงที่ชัดเจน จังหวะการพูดต่อเนื่อง และไม่ตื่นเต้นกับไมโครโฟน
3. ต้องการทราบผลคะแนนเร่งด่วนเพื่อยื่นวีซ่าหรือสมัครเรียน
4. ถนัดการใช้เทมเพลตและการจัดการข้อสอบที่มีการผสมผสานทักษะ (Integrated Skills เช่น Read Aloud, Repeat Sentence)
เลือก IELTS Academic หากคุณ:
1. ชอบพูดคุยกับมนุษย์ตัวจริง และรู้สึกว่าการตอบคำถามแบบมีการโต้ตอบช่วยให้แสดงออกได้เป็นธรรมชาติกว่า
2. มีทักษะการเขียนเชิงวิเคราะห์ที่แข็งแรง สามารถพัฒนาไอเดียและให้ข้อคิดเห็นเชิงวิพากษ์ได้ดี
3. สมัครสถาบันการศึกษาบางแห่งที่ยังคงระบุรับเฉพาะผลสอบ IELTS เป็นหลัก
ยกระดับการฝึกฝนด้วยเทคโนโลยี AI
ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเลือกสอบสนามใด หัวใจสำคัญของการพิชิตคะแนนเป้าหมายคือการวิเคราะห์จุดอ่อนรายบุคคลอย่างตรงจุด ปัจจุบันผู้เรียนสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการเรียนรู้ยุคใหม่อย่าง การเตรียมสอบด้วยระบบ AI อัจฉริยะ เพื่อช่วยตรวจจับข้อผิดพลาดในทักษะการเขียนและการพูดได้อย่างแม่นยำ
หากต้องการเริ่มต้นประเมินความพร้อมและฝึกทำโจทย์เสมือนจริงเพื่อดูระดับคะแนนเทียบเท่า สามารถเข้าไปทดลองใช้งานได้ที่ ระบบฝึกฝนข้อสอบออนไลน์ Thinka AI เพื่อวางแผนการอ่านหนังสืออย่างมีทิศทางและประหยัดเวลามากที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
- Sep 18, 2026
เทียบคะแนน IELTS กับ TOEFL iBT: ตารางแปลงคะแนนทางการและเกณฑ์รับสมัครมหาวิทยาลัย
ตารางแปลงคะแนน IELTS to TOEFL iBT ฉบับทางการ เจาะลึกรายพาร์ต Reading, Listening, Speaking, Writing พร้อมวิเคราะห์เกณฑ์คะแนนมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อวางแผนสอบอย่างแม่นยำ
- Sep 18, 2026
สอบ IELTS ให้ได้ Band 7.0 ต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง? ตารางคำนวณชั่วโมงเตรียมตัวและ Roadmap สู่คะแนนเป้าหมาย
อยากอัปคะแนน IELTS จาก Band 5.5/6.0 สู่ Band 7.0+ ต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง? เจาะลึกเกณฑ์ Guided Learning Hours ตารางอ่านหนังสือสำหรับคนทำงานและนักศึกษา
- Sep 15, 2026
แผนติว IELTS เร่งด่วน 14 วัน: ตารางอ่านหนังสือรายวัน ปั๊มคะแนนทันเดดไลน์
แจกตารางอ่านหนังสือ IELTS 2 สัปดาห์ (14 วัน) ฉบับเร่งด่วน กู้คะแนนทันเดดไลน์ยื่นมหาลัยอินเตอร์และต่อต่อนอก โฟกัสจุดที่ได้คะแนนคุ้มค่าที่สุดใน 3-4 ชั่วโมงต่อวัน
- Sep 12, 2026
วิธีเพิ่มคะแนน IELTS 1 Band ใน 30 วัน: แผนปลดล็อกคะแนนตัน Band 6.0–6.5
เจาะลึกวิธีเพิ่มคะแนน IELTS ขึ้น 1 Band ใน 30 วัน ปลดล็อกคะแนนตัน 6.0-6.5 สู่ 7.0-7.5 ด้วยระบบวิเคราะห์ข้อผิดพลาดและแบบฝึกหัดตรงจุดสำหรับคนไทย