หนึ่งปีของการฝึกฝน พาไปได้ไกลแค่ไหน
มาเป็นส่วนหนึ่งของนักเรียนและครูเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ เริ่มได้ฟรี ทั้งบนเว็บและมือถือ
ตั้งแต่กันยายน 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 นักเรียนตอบคำถามบน thinka ไปทั้งหมด 1.4 ล้านข้อ และตอบถูกราว ๆ สองในสาม ส่วนครูก็สร้างงานมากกว่า 34,000 ชิ้น เราไล่ดูข้อมูลทั้งปีเพื่อหาคำตอบว่า การเรียนจริง ๆ ตลอดหนึ่งปีหน้าตาเป็นอย่างไร และคนที่ฝึกต่อเนื่องเก่งขึ้นจริงไหม คำตอบคือ เก่งขึ้นจริง และเห็นได้ชัด
24,510
นักเรียนที่ฝึกฝนในปีนี้
1,417,372
ข้อที่ตอบไป
138,646
รอบการฝึกที่ทำจนจบ
416,877
ชั่วโมงของการเรียนแบบจดจ่อ
นักเรียน
จำนวนผู้ใช้ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี และขึ้นสูงสุดในเดือนมกราคมช่วงสอบจำลองของฮ่องกง ด้วยนักเรียน 5,582 คนในเดือนเดียว จากนั้นก็ทรงตัวในระดับสูงตลอดฤดูสอบใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ เบาลงเมื่อถึงปิดเทอม
นักเรียนที่ทำแบบฝึกจบอย่างน้อยหนึ่งรอบในเดือนนั้น
จำนวนนักเรียนที่ฝึกฝน แยกตามหลักสูตร ในปีการศึกษานี้
ตลอดปีมีการฝึกฝนรวม 489 วิชา ตั้งแต่ประถมไปจนถึง A Level นานาชาติ วิชาที่ถูกฝึกมากที่สุดคือคณิตศาสตร์ 367,551 ข้อ หรือเกือบหนึ่งในห้าของทั้งหมด ตามมาด้วยภาษาจีนที่ 318,458 ข้อ
จำนวนรอบฝึกที่เริ่ม แยกตามช่วงเวลาของวัน (เวลาฮ่องกง)
การเรียนบน thinka เป็นเรื่องของตอนกลางคืน ช่วงพีคคือสามทุ่ม หนึ่งในสามของการฝึกเริ่มหลังหนึ่งทุ่ม และเกือบหนึ่งในห้าเริ่มระหว่างสี่ทุ่มถึงตีสอง ส่วนวันที่เรียนกันเยอะที่สุดของสัปดาห์คือวันอาทิตย์
วันที่คึกคักที่สุดของปีคือวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 ใกล้สอบจำลองเต็มที มีการเริ่มฝึกถึง 1,286 รอบในวันเดียว ส่วนนักเรียนที่ขยันที่สุด ทำแบบฝึกจบไป 525 รอบในเดือนเดียว
ปีนี้มีนักเรียนหน้าใหม่ 24,037 คนที่เพิ่งเริ่มใช้ thinka ในจำนวนนี้ 6,356 คนกลับมาฝึกมากกว่าหนึ่งเดือน และ 2,852 คนฝึกต่อเนื่องสามเดือนขึ้นไปจนกลายเป็นกิจวัตร กำลังหลักคือนักเรียนมัธยมปลายฮ่องกง โดยปีนี้มีผู้เตรียมสอบ HKDSE ถึง 15,352 คนฝึกฝนบน thinka
ผลการเรียนรู้
ความแม่นยำตรงนี้นับเฉพาะการเรียนแบบจริงจัง คือรอบที่ใช้เวลาอย่างน้อย 10 วินาทีต่อข้อ และทำไปอย่างน้อยครึ่งชุด ซึ่งคิดเป็น 78.2% ของการฝึกที่จบทั้งหมด เมื่อวัดแบบนี้ นักเรียนตอบถูก 64.8% ของข้อที่ลงมือทำ และคนที่ฝึกเยอะที่สุดก็คือคนที่พัฒนามากที่สุด
64.8%
ของข้อที่ลงมือทำ ตอบถูก
108,408
รอบการเรียนจริงจังที่นำมาวัด
+3.9 คะแนน
คะแนนที่เพิ่มขึ้น (มัธยฐาน) ของกลุ่มฝึกบ่อย จากเดือนแรกถึงเดือนล่าสุด
64.7%
ของกลุ่มฝึกบ่อยแม่นยำขึ้น
เทียบเดือนล่าสุดที่มีคะแนนของนักเรียนแต่ละคนกับเดือนแรกของเขาเอง แล้วแบ่งกลุ่มตามความถี่ในการฝึก
64.7%
ของกลุ่มฝึกบ่อยพัฒนาขึ้น
56.9%
ของกลุ่มฝึกสม่ำเสมอพัฒนาขึ้น
51.3%
ของกลุ่มฝึกนาน ๆ ครั้งพัฒนาขึ้น
แนวโน้มชัดเจนมาก ยิ่งฝึกถี่ ยิ่งได้เยอะ คะแนนที่เพิ่มขึ้นมัธยฐานไต่จาก +0.7 คะแนนในกลุ่มฝึกนาน ๆ ครั้ง มาเป็น +2.3 ในกลุ่มฝึกสม่ำเสมอ และพุ่งถึง +3.9 ในกลุ่มที่ฝึกเดือนละ 12 รอบขึ้นไป ซึ่ง 64.7% ของกลุ่มนี้พัฒนาขึ้น
26%
คือโอกาสพัฒนาที่มากกว่า เมื่อฝึกเดือนละ 12 รอบขึ้นไปเทียบกับฝึกนาน ๆ ครั้ง และมากกว่าหนึ่งในสี่ของกลุ่มฝึกบ่อยเพิ่มความแม่นยำได้เกิน 10 คะแนน
วิธีวัด: รอบฝึกจะนับเป็นการเรียนจริงจังก็ต่อเมื่อใช้เวลาอย่างน้อย 10 วินาทีต่อข้อ และทำอย่างน้อยครึ่งชุด จากการฝึกที่จบ 138,570 รอบ มี 108,408 รอบที่ผ่านเกณฑ์ ที่เหลือส่วนใหญ่คือชุดที่ถูกทิ้งกลางทางหรือแทบว่างเปล่า ซึ่งถูกตัดออกเฉพาะตอนคำนวณความแม่นยำเท่านั้น ความแม่นยำคิดจากคะแนนที่ได้หารด้วยคะแนนเต็มของข้อที่ลงมือทำ ส่วนการวัดพัฒนาการ เทียบเดือนล่าสุดที่มีคะแนนกับเดือนแรกของนักเรียนแต่ละคน โดยทั้งสองเดือนต้องมีคะแนนเต็มอย่างน้อย 10 คะแนน มีนักเรียนเข้าเกณฑ์ 3,920 คน ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงมัธยฐานอยู่ที่ +1.5 คะแนน และ 53.6% พัฒนาขึ้น
ครู
ปีการศึกษานี้มีครูและติวเตอร์ 9,589 คนใช้ thinka และ 7,570 คนสั่งงานผ่านแพลตฟอร์ม ขั้นตอนง่ายมาก เลือกบทเรียนกับระดับความยาก ให้ thinka ร่างชุดคำถามมาให้ ครูตรวจทานแล้วส่งให้นักเรียน หรือจะพิมพ์ไปใช้ในห้องเรียนก็ได้
34,363
งานที่สร้าง
861,350
ข้อที่มอบหมายให้นักเรียน
94%
ร่างโดย AI ครูตรวจทาน
25,930
งานส่งที่ตรวจให้อัตโนมัติ
ปฏิทินของครูเดินตามนักเรียน คึกคักสุดก่อนสอบเดือนพฤศจิกายนกับมีนาคม และเงียบสนิทช่วงปิดเทอม
ชุดงานทั่วไปมี 18 ข้อ คละทั้งปรนัยและอัตนัยสั้นยาว ดึงมาจากคลังข้อสอบ 622,697 ข้อ ร่างแรกเสร็จในเวลามัธยฐานแค่ 11 วินาที และครูคือคนคุมเกม ทุกฉบับร่างแก้ได้ก่อนถึงมือนักเรียน
ถ้านักเรียนส่งงานออนไลน์ ระบบจะตรวจให้เอง งานส่ง 25,930 ชิ้นถูกตรวจเสร็จพร้อมคอมเมนต์รายข้อ ก่อนที่ครูจะเปิดดูเสียอีก ด้วยเวลามัธยฐานแค่ 14 วินาที คะแนนข้อเขียนแก้ได้ตลอด ตัดสินใจสุดท้ายยังเป็นของครู
ออกข้อสอบ 18 ข้อด้วยมือใช้เวลาราว 45 นาที ตรวจงานหนึ่งชิ้นราว 8 นาที คิดตามนี้ งาน 34,363 ชิ้นของปีนี้ช่วยประหยัดเวลาออกข้อสอบราว 25,772 ชั่วโมง การตรวจอัตโนมัติช่วยเพิ่มอีกราว 3,457 ชั่วโมง รวมแล้วเท่ากับเวลาทำงานของครูราว 14 ปีเต็ม และเวลาทั้งหมดนั้นได้กลับไปอยู่กับการสอนจริง ๆ
บทสรุป
พอรวมทั้งปีเข้าด้วยกัน คำตอบก็ชัด นักเรียนตอบคำถาม 1.4 ล้านข้อ ถูกราวสองในสาม คนที่ฝึกมากที่สุดพัฒนามากที่สุด โดยคนที่ฝึกเดือนละ 12 รอบขึ้นไปมีโอกาสพัฒนาสูงกว่าถึง 26% ส่วนครูก็ได้เวลาราว 29,000 ชั่วโมงคืนจากงานเอกสาร กลับไปใช้กับการสอน
ทั้งหมดนี้ไม่ต้องสร้างห้องเรียนใหม่ ไม่ต้องของบเพิ่ม อาศัยแค่แบบฝึกที่ปรับตามนักเรียนแต่ละคน กับฟีดแบ็กที่มาถึงในไม่กี่วินาที จากเครื่องมือที่ยังทำงานอยู่ตอนสามทุ่มคืนวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาที่เด็ก ๆ นั่งอ่านหนังสือกันจริง ๆ ใช้ AI แบบนี้ ไม่ใช่การแทนที่ครู แต่คือการต่อแขนต่อขาให้ครูแต่ละคน และทำให้นักเรียนทุกคนที่มีมือถือ มีติวเตอร์ใจเย็น ๆ อยู่ข้างตัวตลอดเวลา
thinka คือหนึ่งในผู้เล่นของความเปลี่ยนแปลงนี้ ปีนี้นักเรียน 24,510 คนกับครู 9,589 คนช่วยกันพิสูจน์ด้วยข้อมูลจริง และเราจะเปิดตัวเลขแบบนี้ให้ดูกันทุกปีการศึกษา
เกี่ยวกับข้อมูล: ตัวเลขครอบคลุม 1 กันยายน 2025 ถึง 31 กรกฎาคม 2026 ดึงจากฐานข้อมูลจริงของ thinka เมื่อ 6 สิงหาคม 2026 จำนวนคนนับแบบไม่ซ้ำต่อนักเรียน ยอดการใช้งานรวมนับทุกรอบที่ฝึกจบ ส่วนความแม่นยำนับเฉพาะการเรียนจริงจัง โดยตัดรอบที่เร็วผิดปกติ 14,865 รอบ (ต่ำกว่า 10 วินาทีต่อข้อ) และชุดที่ทำไม่ถึงครึ่ง 15,297 ชุดออก เวลาเรียนถูกจำกัดที่ 100 ชั่วโมงต่อคนต่อเดือน กันไม่ให้เซสชันที่เปิดค้างทำตัวเลขบวม และบันทึกที่คะแนนผิดปกติไม่ถูกนำมาคิดความแม่นยำ ตัวเลขทุกตัวบนหน้านี้ตรึงไว้ ณ วันเผยแพร่ ไม่มีการดึงข้อมูลสด
มาเป็นส่วนหนึ่งของนักเรียนและครูเบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ เริ่มได้ฟรี ทั้งบนเว็บและมือถือ