บทเรียนเรื่อง: กาพย์ฉบัง ๑๖ และกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
สวัสดีจ้ะน้องๆ มัธยมต้นทุกคน! วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ กาพย์ 2 ชนิดที่ขึ้นชื่อเรื่องความไพเราะและจังหวะที่สนุกสนาน นั่นคือ กาพย์ฉบัง ๑๖ และ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ นั่นเอง ถ้าน้องๆ เคยอ่าน "กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา" ของสุนทรภู่ (ที่เรียนในชั้น ม.๑) น้องๆ จะต้องคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเขาทั้งสองคนแน่นอน!
ถ้ารู้สึกว่าชื่อมันจำยากหรือผังมันดูซับซ้อนในตอนแรก ไม่ต้องกังวลนะจ๊ะ เราจะค่อยๆ แกะไปด้วยกันแบบง่ายๆ เลย!
๑. กาพย์ฉบัง ๑๖
กาพย์ฉบัง ๑๖ เป็นคำประพันธ์ที่นิยมใช้ในการแต่งบทสวด บทพากย์โขน หรือบรรยายเรื่องราวที่ต้องการความกระฉับกระเฉงและรวดเร็ว จังหวะของมันจะเหมือนการเดินที่มั่นคงและสม่ำเสมอ
ลักษณะบังคับ (ฉันทลักษณ์) ของกาพย์ฉบัง ๑๖
ทำไมต้องมีเลข ๑๖? ก็เพราะว่าใน ๑ บท จะมีจำนวนคำรวมกันได้ \( ๑๖ \) คำพอดีเป๊ะ! โดยแบ่งออกเป็น ๓ วรรค ดังนี้:
- วรรคที่ ๑ (วรรคหน้า): มี \( ๖ \) คำ
- วรรคที่ ๒ (วรรคกลาง): มี \( ๔ \) คำ
- วรรคที่ ๓ (วรรคหลัง): มี \( ๖ \) คำ
รวมกันเป็น \( ๖ + ๔ + ๖ = ๑๖ \) คำพอดีเลย
การส่งสัมผัส
การจำสัมผัสของกาพย์ฉบัง ๑๖ ง่ายมาก:
- คำสุดท้ายของ วรรคที่ ๑ จะต้องสัมผัสกับ คำสุดท้ายของ วรรคที่ ๒
- ส่วนคำสุดท้ายของ วรรคที่ ๓ จะใช้ส่งสัมผัสไปยังบทต่อไป (สัมผัสระหว่างบท)
ตัวอย่างการแบ่งจังหวะอ่าน:
พระไชย- (๑) สุริยา- (๒) ในบัด- (๓) นี้นา- (๔)
ตราตรู- (๕) ดูเป็น- (๖) (สัมผัสกับคำว่า "เห็น")
เห็นหน้า- (๑) ท่าดี- (๒) (สัมผัสกับคำว่า "ดูเป็น")
ไม่มี- (๓) ที่เปรียบ- (๔) (สัมผัสส่งไปยังบทหน้า)
ทบทวนประเด็นสำคัญ: กาพย์ฉบัง ๑๖
๑ บท มี ๓ วรรค คือ \( ๖ - ๔ - ๖ \) รวมเป็น \( ๑๖ \) คำ สัมผัสหลักอยู่ที่ท้ายวรรคที่ ๑ และท้ายวรรคที่ ๒
๒. กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
มาถึงกาพย์ที่มีชื่อเพราะๆ อย่าง กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ กันบ้าง ชื่ออาจจะฟังดูยาว แต่ถ้าจำหลักการ "กลุ่มละ ๔" น้องๆ จะทำได้แน่นอน! กาพย์ชนิดนี้มักใช้พรรณนาความงาม หรือใช้ในบทที่ต้องการความอ่อนหวานนุ่มนวล
ลักษณะบังคับ (ฉันทลักษณ์) ของกาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
เลข ๒๘ มาจากจำนวนคำทั้งหมดใน ๑ บท คือมี \( ๒๘ \) คำ โดยแบ่งออกเป็น \( ๗ \) วรรค วรรคละ \( ๔ \) คำพอดีเป๊ะเลย!
สูตรจำคือ: \( ๗ \times ๔ = ๒๘ \)
การส่งสัมผัส (จุดนี้ต้องมีสมาธินิดนึงนะ!)
ใน ๑ บท จะมีการสัมผัสดังนี้:
๑. คำสุดท้ายวรรคที่ ๑ สัมผัสกับ คำสุดท้ายวรรคที่ ๒
๒. คำสุดท้ายวรรคที่ ๓ สัมผัสกับ คำสุดท้ายวรรคที่ ๖
๓. คำสุดท้ายวรรคที่ ๔ สัมผัสกับ คำสุดท้ายวรรคที่ ๕
๔. คำสุดท้ายวรรคที่ ๖ สัมผัสกับ คำสุดท้ายวรรคที่ ๗
รู้หรือไม่?
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "กาพย์ขับไม้" เพราะสมัยก่อนนิยมใช้ขับร้องประกอบการแสดงและพิธีกรรมสำคัญๆ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Mistakes)
เวลาที่น้องๆ ต้องอ่านหรือวิเคราะห์กาพย์สองชนิดนี้ มักจะมีจุดที่เข้าใจผิดบ่อยๆ คือ:
- สับสนจำนวนคำ: บางคนจำสลับกับ กาพย์ยานี ๑๑ (หน้า ๕ หลัง ๖) อย่าลืมว่ากาพย์ฉบังคือ \( ๖ - ๔ - ๖ \) ส่วนสุรางคนางค์คือวรรคละ \( ๔ \) ทั้งหมด
- ลืมสัมผัสระหว่างบท: เวลาแต่งหรืออ่านหลายๆ บทต่อกัน ถ้าคำสุดท้ายของบทแรกไม่ไปคล้องจองกับบทที่สอง ความไพเราะจะหายไปทันที
- เว้นวรรคตอนผิด: กาพย์ฉบัง ๑๖ วรรคที่มี ๖ คำ ต้องอ่านแบ่งเป็น \( ๒ - ๒ - ๒ \) หรือ \( ๓ - ๓ \) ตามเนื้อหา ถ้าอ่านรวดเดียวจะเสียจังหวะ
เทคนิคการจำและนำไปใช้
สำหรับน้องๆ ม.๑ ถึง ม.๓ หลักสูตรกำหนดให้เราต้อง "อ่านออกเสียง" ให้ถูกต้องและเป็นทำนองเสนาะ ดังนั้นเทคนิคที่สำคัญที่สุดคือ "จังหวะ"
- กาพย์ฉบัง ๑๖: ท่องให้ขึ้นใจว่า "หก-สี่-หก... หก-สี่-หก"
- กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘: นึกถึงเลข ๔ ไว้เสมอ "สี่-สี่-สี่-สี่-สี่-สี่-สี่" (รวมเป็น ๗ วรรค)
ทบทวนประเด็นสำคัญ
กาพย์ฉบัง ๑๖: เน้นความกระชับ รวดเร็ว มี ๑๖ คำ แบ่งเป็น ๓ วรรค (\( ๖, ๔, ๖ \))
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘: เน้นความประณีต อ่อนหวาน มี ๒๘ คำ แบ่งเป็น ๗ วรรค (วรรคละ \( ๔ \) คำ)
ไม่ต้องกังวลถ้ายังจำผังได้ไม่หมดในครั้งเดียว ลองเปิดบทอาขยานหรือวรรณคดีเรื่อง "กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา" แล้วลองเอานิ้วจิ้มอ่านตามจำนวนคำดู น้องๆ จะอ๋อ! ทันทีเลยล่ะ สู้ๆ นะจ๊ะทุกคน!