บทเรียน: ขัตติยพันธกรณี
สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน! วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง "ขัตติยพันธกรณี" ซึ่งเป็นหนึ่งในวรรณคดีที่ทรงพลังที่สุดในชั้น ม.๖ เลยก็ว่าได้ครับ บทเรียนนี้ไม่ใช่แค่การอ่านบทกลอนธรรมดา แต่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของพระมหากษัตริย์ในยามที่บ้านเมืองวิกฤตที่สุด ถ้าน้องๆ รู้สึกว่าภาษาในเรื่องนี้ดูยากในตอนแรก ไม่ต้องกังวลนะ! เราจะค่อยๆ แกะรอยความหมายไปด้วยกันครับ
๑. ความเป็นมาและที่มาของเรื่อง
ขัตติยพันธกรณี แปลว่า "พันธะหรือหน้าที่อันพึงกระทำของพระมหากษัตริย์" ครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ (พ.ศ. ๒๔๓๖) เมื่อฝรั่งเศสได้นำเรือรบเข้ามาปิดอ่าวไทยและบีบบังคับให้ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้
ในตอนนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงเสียพระราชหฤทัยและทรงพระประชวรหนักจนไม่ยอมเสวยพระโอสถ เพราะทรงรู้สึกว่าไม่สามารถปกป้องบ้านเมืองได้ พระองค์จึงทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยกรองเพื่ออำลาเจ้านายพี่น้องและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
หลังจากนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงนิพนธ์บทร้อยกรองตอบกลับเพื่อถวายกำลังใจให้รัชกาลที่ ๕ ทรงหายจากอาการพระประชวรเพื่อกลับมาสู้ต่อเพื่อแผ่นดินไทยครับ
ทบทวนประเด็นสำคัญ:
- ผู้แต่ง: รัชกาลที่ ๕ (บทเริ่มต้น) และ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (บทตอบกลับ)
- บริบท: วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ (ข้อพิพาทกับฝรั่งเศส)
- ความหมายชื่อเรื่อง: หน้าที่ที่กษัตริย์ต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมือง
๒. ลักษณะคำประพันธ์
ในบทเรียนนี้มีการใช้คำประพันธ์ ๒ ประเภทที่สำคัญครับ:
๑. อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑: ใช้ในบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๕ (เน้นถ่ายทอดความเศร้าโศกและการตัดพ้อ)
๒. โคลงสี่สุภาพ: ใช้ในบทนิพนธ์ของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (เน้นการถวายกำลังใจและการเปรียบเทียบที่ชัดเจน)
รู้หรือไม่?
การที่รัชกาลที่ ๕ ทรงเลือกใช้ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ เพราะท่วงทำนองของมันมีความกระแทกกระทั้นแต่แฝงไปด้วยความเศร้า เหมาะกับการบรรยายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในพระราชหฤทัยครับ
๓. การวิเคราะห์เนื้อหาและโวหารภาพพจน์
จุดเด่นที่สุดของวรรณคดีเรื่องนี้คือการใช้ "อุปลักษณ์" (Metaphor) หรือการเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ลึกซึ้งมากครับ
การเปรียบเทียบสยามกับ "เรือ"
ในบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงเปรียบเทียบประเทศชาติเหมือนกับ เรือลำใหญ่ ที่กำลังผจญพายุ:
- เรือ: เปรียบเสมือน ประเทศชาติ (สยาม)
- นายเรือ: เปรียบเสมือน พระมหากษัตริย์ (ตัวพระองค์เอง)
- พายุ/คลื่นลม: เปรียบเสมือน วิกฤตการณ์ทางการเมืองและภัยคุกคามจากต่างชาติ
- หินโสโครก: เปรียบเสมือน ปัญหาหรืออุปสรรคที่อันตราย
พระองค์ทรงตัดพ้อว่า เมื่อเรือ (ชาติ) กำลังจะจม นายเรือ (กษัตริย์) ก็ย่อมรู้สึกผิดและไม่อยากอยู่ดูความพินาศนั้น
การตอบกลับของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
พระองค์ทรงถวายกำลังใจโดยใช้การเปรียบเทียบว่า หากเรือกำลังจะล่ม "ฝีพาย" และ "นายเรือ" ต้องช่วยกันประคองเรือต่อไป จะทิ้งเรือไปตอนนี้ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีนายเรือ ทุกคนก็จะขาดที่พึ่งและเรือก็จะล่มลงอย่างแน่นอน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
นักเรียนหลายคนมักสับสนว่าใครเป็นคนแต่งบทไหน ให้จำง่ายๆ ว่า "พี่คนเจ็บเขียนฉันท์ (ร.๕) น้องคนปลอบเขียนโคลง (กรมพระยาดำรงฯ)" ครับ
๔. คุณค่าของวรรณคดี
๑. คุณค่าด้านวรรณศิลป์
มีการเลือกใช้คำที่สื่ออารมณ์ได้สะเทือนใจ เช่น การใช้คำว่า "ตะปูตอก" เพื่อสื่อถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึกในใจ หรือการใช้ภาพพจน์การเปรียบเทียบเรื่องเรือที่ทำให้คนอ่านเห็นภาพความลำบากของประเทศชาติได้ชัดเจน
๒. คุณค่าด้านสังคมและประวัติศาสตร์
แสดงให้เห็นถึงความรักชาติและความเสียสละของบรรพบุรุษ รวมถึงทำให้เราเข้าใจบรรยากาศความกดดันในช่วงยุคล่าอาณานิคมว่าไทยเราต้องใช้ทั้งความอดทนและสติปัญญามากแค่ไหนในการรักษาเอกราช
๓. คุณค่าด้านแง่คิด
สอนเรื่อง "ความรับผิดชอบ" และ "กำลังใจ" ครับ แม้ในวันที่เรารู้สึกท้อแท้ที่สุดเหมือนจะไปต่อไม่ไหว แต่หากเรานึกถึงหน้าที่ (พันธกรณี) และได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง เราก็จะสามารถฮึดกลับมาสู้ต่อได้
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับเตรียมสอบ
๑. ขัตติยพันธกรณี เป็นบทโต้ตอบกันระหว่างรัชกาลที่ ๕ และกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
๒. สาเหตุมาจากวิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒ ที่ไทยขัดแย้งกับฝรั่งเศส
๓. รัชกาลที่ ๕ ทรงเปรียบประเทศชาติเป็น เรือ ที่กำลังจะอับปาง
๔. กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงถวายกำลังใจเพื่อให้รัชกาลที่ ๕ ทรงรักษาพระองค์และกลับมานำพาประเทศชาติผ่านวิกฤต
๕. คำประพันธ์ที่ใช้มีทั้ง อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ และ โคลงสี่สุภาพ
อย่าลืมนะครับน้องๆ วรรณคดีเรื่องนี้ไม่ได้มีไว้ให้ท่องจำไปสอบอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อให้เราตระหนักถึงความเหนื่อยยากของพระมหากษัตริย์และบรรพบุรุษไทยที่ช่วยกันรักษาบ้านเมืองมาจนถึงวันนี้ครับ สู้ๆ กับการอ่านหนังสือนิครับ!