บทนำสู่ธุรกิจบริการ (Introduction to Service Businesses)
ขอต้อนรับเข้าสู่บทเรียนที่นำไปใช้จริงได้มากที่สุดบทหนึ่งในหลักสูตร APM! ในการเรียนที่ผ่านมา คุณอาจจะเคยเน้นไปที่บริษัทผู้ผลิตสินค้า ซึ่งวัดความสำเร็จได้ง่ายๆ จากการนับจำนวนชิ้นงาน แต่ในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ธุรกิจบริการ (เช่น ธนาคาร, สายการบิน และบริษัทที่ปรึกษา) มีอยู่ทุกที่ การวัดผลการดำเนินงานในธุรกิจบริการนั้นทำได้ยากกว่ามาก เพราะคุณไม่สามารถ "มองเห็น" หรือ "จับต้อง" ตัวสินค้าได้โดยตรง
ในบทนี้ เราจะมาเจาะลึกกันว่าทำไมธุรกิจบริการถึงมีความเฉพาะตัว และจะใช้ แบบจำลอง Building Block ของ Fitzgerald และ Moon อย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจบริการนั้นสามารถส่งมอบผลงานได้ตามที่สัญญาไว้จริงๆ
คุณลักษณะของธุรกิจบริการ (SHIP)
ก่อนจะเข้าใจวิธีวัดผลบริการ เราต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรที่ทำให้บริการแตกต่างจากสินค้าทั่วไป เราใช้ตัวอักษรย่อว่า SHIP เพื่อช่วยจำคุณลักษณะสำคัญ 4 ประการนี้ ถ้ารู้สึกว่ามันดูเป็นทฤษฎีจ๋าในตอนแรกก็ไม่ต้องกังวลนะ ลองจินตนาการถึง ช่างทำผม หรือ การเดินทางด้วยเครื่องบิน ตามไปด้วยขณะที่คุณอ่าน
1. Simultaneity (หรือ Inseparability) - การเกิดขึ้นพร้อมกัน
ในธุรกิจบริการ การผลิตและการบริโภคบริการจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันเป๊ะ
ตัวอย่าง: คุณรับบริการตรวจฟันในขณะที่ทันตแพทย์กำลังตรวจให้คุณอยู่
ผลกระทบต่อการวัดผล: ลูกค้ามักจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ดังนั้นการรับรู้ถึง "ผลงาน" ของพวกเขาจะรวมไปถึงตัวบุคคลผู้ให้บริการด้วย ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์สุดท้ายเพียงอย่างเดียว
2. Heterogeneity (หรือ Variability) - ความหลากหลายหรือไม่สม่ำเสมอ
ทุกครั้งที่มีการส่งมอบบริการ ผลที่ได้จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยเสมอ
ตัวอย่าง: เที่ยวบินจากลอนดอนไปนิวยอร์กอาจจะบริการดีเยี่ยมในวันนี้ แต่อาจจะ "ตะกุกตะกัก" ในวันพรุ่งนี้เนื่องจากสภาพอากาศหรือพนักงานต้อนรับชุดอื่น
ผลกระทบต่อการวัดผล: เป็นเรื่องยากมากที่จะตั้ง "มาตรฐาน" ให้คงที่ เพราะมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง และมนุษย์มักจะไม่สม่ำเสมอเหมือนเครื่องจักร
3. Intangibility - การไม่สามารถจับต้องได้
คุณไม่สามารถสัมผัส มองเห็น หรือดมกลิ่นของบริการได้ก่อนที่จะซื้อ แต่มันคือ "ประสบการณ์"
ตัวอย่าง: คุณไม่สามารถ "มองเห็น" คำแนะนำด้านกฎหมายได้จนกว่าคุณจะได้รับคำปรึกษานั้น
ผลกระทบต่อการวัดผล: เรามักจะต้องใช้ ตัวชี้วัดที่ไม่ใช่ทางการเงิน (non-financial indicators) เช่น รีวิวจากลูกค้า เพื่อวัดคุณภาพ เนื่องจากไม่มีตัวสินค้าที่จับต้องได้มาให้ตรวจสอบหาข้อบกพร่อง
4. Perishability - การสูญสลายได้ง่าย
บริการไม่สามารถเก็บใส่คลังสินค้าไว้ขายทีหลังได้
ตัวอย่าง: ที่นั่งว่างในโรงภาพยนตร์รอบคืนนี้ ไม่สามารถยกไปขายต่อในวันพรุ่งนี้ได้ รายได้ส่วนนั้นจะหายไปตลอดกาล
ผลกระทบต่อการวัดผล: การใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถ (Capacity utilization) เช่น การดูว่าโรงหนังเต็มหรือไม่ กลายเป็นตัววัดประสิทธิภาพที่สำคัญมาก
ทบทวนสั้นๆ: จำคำว่า SHIP ไว้ให้ดี! ถ้าข้อสอบถามว่าทำไมการวัดผลในโรงแรมหรือโรงพยาบาลถึงทำได้ยาก ให้ยก 4 ประเด็นนี้ขึ้นมาอธิบายได้เลย!
แบบจำลอง Building Block ของ Fitzgerald และ Moon
เนื่องจากบริการมีความซับซ้อน Fitzgerald และ Moon จึงได้พัฒนาแบบจำลองที่ออกแบบมาเพื่อวัดผลบริการโดยเฉพาะ แบบจำลองนี้แบ่งออกเป็น 3 "บล็อก" ได้แก่: มิติ (Dimensions), มาตรฐาน (Standards) และ รางวัล (Rewards) ให้มองว่ามันคือพิมพ์เขียวสำหรับระบบการวัดผลที่ยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ
บล็อกที่ 1: Dimensions - มิติ (เรากำลังวัดอะไร?)
มิติคือเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการบรรลุ โดยแบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่:
ก. ผลลัพธ์ (Results - มองย้อนกลับไปในอดีต)
สิ่งเหล่านี้บอกเราว่าที่ผ่านมาเราทำได้ดีแค่ไหน
- ผลการดำเนินงานทางการเงิน (Financial Performance): ตัวชี้วัดดั้งเดิม เช่น \( Profit \), \( ROCE \), หรือ \( EBITDA \)
- ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness): การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง เช่น \( Market \ Share \% \)
ข. ปัจจัยกำหนด (Determinants - มองไปข้างหน้า)
สิ่งเหล่านี้คือ "ตัวขับเคลื่อน" ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ถ้าคุณทำปัจจัยเหล่านี้ได้ถูกต้อง "ผลลัพธ์" ก็จะตามมาเอง
- คุณภาพ (Quality): การบริการทำได้ดีแค่ไหน (เช่น จำนวนข้อร้องเรียน)
- ความยืดหยุ่น (Flexibility): ธุรกิจตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วเพียงใด
- การใช้ทรัพยากร (Resource Utilization): เราใช้สินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน (เช่น \( Occupancy \ rates \) หรืออัตราการเข้าพักในโรงแรม)
- นวัตกรรม (Innovation): การสร้างบริการใหม่ๆ หรือหาวิธีการทำงานที่ดีขึ้น
จุดสำคัญที่ต้องจำ: ในข้อสอบ อย่าโฟกัสแค่เรื่องกำไร ให้ลองเสนอ KPIs สำหรับปัจจัยกำหนด (เช่น คุณภาพและนวัตกรรม) เพื่อโชว์ว่าคุณเข้าใจธรรมชาติของการวัดผลงานบริการ
บล็อกที่ 2: Standards - มาตรฐาน (เราจะตั้งเป้าหมายอย่างไร?)
เพื่อให้ระบบการวัดผลใช้งานได้จริง เป้าหมาย (มาตรฐาน) ต้อง "ดี" โดย Fitzgerald และ Moon กล่าวว่าต้องมีคุณสมบัติ 3 ข้อ:
- ความเป็นเจ้าของ (Ownership): ผู้จัดการรู้สึกว่าเขา "เป็นเจ้าของ" เป้าหมายนั้นหรือไม่? พวกเขามักจะทำงานหนักขึ้นถ้าได้มีส่วนร่วมในการตั้งเป้าหมายนั้นเอง
- ความเป็นไปได้ (Achievability): เป้าหมายสมจริงไหม? ถ้ายากเกินไปพนักงานจะถอดใจ แต่ถ้าหละหลวมเกินไปพวกเขาก็จะขี้เกียจ
- ความเสมอภาค (Equity): เป้าหมายมีความยุติธรรมทั่วทั้งบริษัทหรือไม่? แผนกหนึ่งไม่ควรมีเป้าหมายที่ง่ายกว่าแผนกอื่นอย่างไม่สมเหตุสมผล
บล็อกที่ 3: Rewards - รางวัล (เราจะสร้างแรงจูงใจพนักงานได้อย่างไร?)
กฎที่ว่า "สิ่งใดที่ถูกวัดผล สิ่งนั้นจะถูกลงมือทำ" ใช้ได้เสมอที่นี่ เพื่อให้พนักงานใส่ใจกับเป้าหมาย ระบบรางวัลต้องมี:
- ความชัดเจน (Clarity): พนักงานต้องเข้าใจชัดเจนว่าต้องทำอะไรถึงจะได้รางวัล
- แรงจูงใจ (Motivation): รางวัลต้องเป็นสิ่งที่พนักงานต้องการจริงๆ (เช่น โบนัส หรือวันหยุดพิเศษ)
- การควบคุมได้ (Controllability): พนักงานควรได้รับการประเมินเฉพาะในสิ่งที่พวกเขาควบคุมได้จริงๆ เท่านั้น (ตัวอย่าง: อย่าทำโทษพนักงานเสิร์ฟถ้าอาหารออกช้า หากต้นเหตุมาจากปัญหาในครัว)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการวัดผลบริการ
เมื่อคุณต้องประเมินระบบการวัดผลในข้อสอบ APM ให้ระวังข้อผิดพลาดเหล่านี้:
- เน้นแต่ผลลัพธ์ทางการเงิน: การทำแบบนี้จะทำให้ละเลยเรื่อง คุณภาพ และ นวัตกรรม ซึ่งสำคัญมากต่อการอยู่รอดในระยะยาว
- ละเลยปัจจัยด้าน "มนุษย์": เนื่องจากความหลากหลาย (Heterogeneity ใน SHIP) พนักงานบริการต้องการอิสระในการตัดสินใจบ้าง เป้าหมายที่ตึงตัวเกินไปอาจทำลายประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าได้
- ข้อมูลท่วมท้น (Information Overload): การพยายามวัดผลทุกอย่างพร้อมกันมากเกินไป ควรยึดตาม ปัจจัยหลักที่นำไปสู่ความสำเร็จ (Critical Success Factors - CSFs) ก็พอ
สรุปบทเรียน
1. SHIP: บริการมีความเฉพาะตัวเพราะเป็นแบบ Simultaneous (เกิดขึ้นพร้อมกัน), Heterogeneous (หลากหลาย), Intangible (จับต้องไม่ได้) และ Perishable (สูญสลายง่าย)
2. Dimensions (มิติ): ให้โฟกัสทั้ง ผลลัพธ์ (การเงิน/การแข่งขัน) และ ปัจจัยกำหนด (คุณภาพ, ความยืดหยุ่น, การใช้ทรัพยากร, นวัตกรรม)
3. Standards & Rewards: เป้าหมายจะมีประสิทธิภาพต้อง เป็นเจ้าของร่วมกัน, เป็นไปได้ และเสมอภาค ส่วนรางวัลต้อง ชัดเจน, สร้างแรงจูงใจ และควบคุมได้
ขั้นตอนต่อไป: เพื่อดูว่าเนื้อหานี้เชื่อมโยงกับภาพรวมของธุรกิจอย่างไร คุณอาจจะลองไปดู บทที่ B2: การวัดผลงานและรางวัล (Performance and Reward) ซึ่งจะเจาะลึกว่าพฤติกรรมของมนุษย์ตอบสนองต่อระบบเหล่านี้อย่างไร!