ยินดีต้อนรับสู่เรื่อง Referencing และ Cohesive Devices!

สวัสดีครับ! วันนี้เราจะมาเจาะลึกหนึ่งในความลับที่สำคัญที่สุดของการสอบ IELTS นั่นคือ Coherence and Cohesion ให้ลองจินตนาการว่าการเขียนและการพูดของคุณเปรียบเสมือนสะพาน คุณอาจจะมีวัสดุในการก่อสร้างที่ดี (vocabulary) และมีคานเหล็กที่แข็งแรง (grammar) แต่ถ้าขาด กาว ที่ยึดทุกอย่างไว้ด้วยกัน สะพานนั้นก็พังทลายลงได้ กาวที่ว่านี้ก็คือสิ่งที่เราเรียกว่า Referencing (การอ้างถึง) และ Cohesive Devices (ตัวเชื่อมความ) นั่นเองครับ

ในบทนี้ คุณจะได้เรียนรู้วิธีการเชื่อมโยงไอเดียของคุณให้ชัดเจนจนกรรมการสามารถติดตามความคิดของคุณได้อย่างง่ายดาย สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การใช้คำศัพท์ที่ดูหรูหรา แต่มันเป็นวิธีโดยตรงที่จะช่วยเพิ่มคะแนน Band score ของคุณครับ!

สิ่งนี้ส่งผลต่อคะแนน Band score ของคุณอย่างไร

ในการสอบทั้ง IELTS Writing และ Speaking คุณจะถูกประเมินในหัวข้อ Coherence and Cohesion (CC) ซึ่งคิดเป็น 25% ของคะแนนรวมทั้งหมดของคุณ

สิ่งที่กรรมการมองหา:
- Band 5: ใช้คำเชื่อมพื้นฐาน แต่มีการใช้คำซ้ำบ่อยเกินไปหรือใช้คำเชื่อมผิดบริบท
- Band 6: ใช้ cohesive devices ได้หลากหลาย แม้อาจจะดูใช้มากเกินไปจนเหมือนการท่องจำหรือขาดความเป็นธรรมชาติ
- Band 7+: ใช้ cohesive devices และการอ้างถึง (referencing) ได้หลากหลายและเป็นธรรมชาติมากจนผู้อ่านแทบไม่สังเกตเห็น ความลื่นไหลเป็นไปอย่าง "ไร้รอยต่อ"

1. Referencing: การหลีกเลี่ยงการเป็น "แผ่นเสียงตกร่อง"

ลองจินตนาการว่าเพื่อนคนหนึ่งบอกคุณว่า: "My brother bought a car. The car is red. The car is fast. My brother loves the car." ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ใช่ไหมครับ? Referencing ช่วยให้เราสามารถย้อนกลับไปถึงคำที่เราใช้ไปแล้วโดยไม่ต้องพูดซ้ำ

ประเภทของการอ้างถึง (Referencing)

A. Pronouns (คำสรรพนาม): การใช้ it, they, them, he, she, this, that.
ตัวอย่าง: แทนที่จะพูดว่า "The local library is useful," แล้วตามด้วย "The local library provides books," คุณสามารถพูดว่า: "The local library is useful because it provides books."

B. Determiners (คำนำหน้านาม): การใช้ this, these, those.
ตัวอย่าง: "Governments should invest in renewable energy. This approach would reduce pollution." (ในที่นี้ "this approach" หมายถึงทั้งประโยคก่อนหน้า)

C. Substitution (การใช้คำแทน): การใช้คำเช่น one, so, did, does.
ตัวอย่าง: "Many people prefer public transport, while some prefer the private one." (One = car/transport)

ตัวอย่างการอ้างถึงแบบอ่อนเทียบกับแบบที่พัฒนาแล้ว

ตัวอย่างที่อ่อน (Band 5): "I love my job. My job is challenging. My job gives me a sense of pride."
ตัวอย่างที่ดีขึ้น (Band 7+): "I love my career; it is challenging, yet this provides me with a great sense of pride."

สรุปสำคัญ:

ลองตรวจเช็กประโยคของคุณเสมอ ถ้าคุณเห็นคำนามคำเดิมซ้ำกันในสองประโยค ให้เปลี่ยนคำที่สองเป็น pronoun หรือ reference word (คำอ้างอิง) ครับ

2. Cohesive Devices: ป้ายบอกทางเชิงตรรกะของคุณ

Cohesive devices คือคำอย่างเช่น however, therefore, และ furthermore คำเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน ป้ายบอกทาง ที่บอกผู้อ่านว่าคุณกำลังขับไปข้างหน้าตรงๆ (เพิ่มข้อมูล), กำลังเลี้ยว (แสดงความขัดแย้ง), หรือกำลังจะถึงจุดหมายปลายทาง (สรุปความ)

Cohesive Devices ที่มีคุณค่าสูงสำหรับการสอบ IELTS

เพื่อเพิ่มข้อมูล: Moreover, furthermore, in addition, besides.
เพื่อแสดงความขัดแย้ง: However, conversely, on the other hand, nevertheless.
เพื่อแสดงเหตุและผล: Consequently, as a result, therefore, thus.
เพื่อยกตัวอย่าง: For instance, specifically, to illustrate.

กับดักของการ "ใช้มากเกินไป"

รู้หรือไม่? หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดที่ผู้สอบมักทำคือการขึ้นต้น ทุก ประโยคด้วยคำเชื่อม (เช่น Firstly... Secondly... Moreover... However... In conclusion...) สิ่งนี้ทำให้เหมือนรายการสินค้ามากกว่าบทความที่เป็นธรรมชาติ เพื่อให้ได้ Band score ที่สูงขึ้น ลองเอาคำเชื่อมไปไว้ใน กลาง ประโยคดูบ้างนะครับ

รูปแบบการเขียนแบบเครื่องจักร (Band 6): "I think exercise is good. However, some people are lazy."
รูปแบบการเขียนที่เป็นธรรมชาติ (Band 8): "Exercise is undoubtedly beneficial; some people, however, find it difficult to stay motivated."

สรุปสำคัญ:

ใช้ cohesive devices เพื่อแสดง ตรรกะ ไม่ใช่แค่ใช้เพื่อถมที่ว่าง ให้ใช้อย่างพอเหมาะและถูกต้องตามบริบทครับ

3. ทีละขั้นตอน: วิธีการเชื่อมโยงย่อหน้า

ใน Writing Task 2 คุณต้องเชื่อมโยงความคิดทั้งก้อน ไม่ใช่แค่ประโยคต่อประโยค สิ่งนี้เรียกว่า Paragraph Cohesion

ขั้นตอนที่ 1: ประโยคใจความสำคัญ (Topic Sentence) เริ่มต้นย่อหน้าด้วยประเด็นที่ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 2: การสนับสนุน (Support) ใช้ "For example" หรือ "This is because" เพื่ออธิบาย
ขั้นตอนที่ 3: การเชื่อมโยง (Connection) ใช้กลุ่มคำอย่างเช่น "In light of this" เพื่อเชื่อมตัวอย่างของคุณกลับไปที่ประเด็นหลัก

ตัวอย่างเนื้อหา (IELTS General Writing Task 2):

"Many people believe that working from home increases productivity. For instance, employees save time on commuting, which allows them to start work feeling refreshed. As a result, this flexibility often leads to higher quality output."

4. ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยง

1. การใช้ "This" ที่กำกวม: เวลาที่คุณใช้ "this" ต้องมั่นใจว่าผู้อ่านรู้ว่า "this" คือ อะไร
แย่: "People are eating more fast food. This is a problem." (อะไรคือปัญหา? ตัวอาหาร? การกิน? หรือผู้คน? คลุมเครือเกินไปครับ)
ดีกว่า: "People are eating more fast food. This trend is a major concern for public health."

2. การใช้ "On the contrary" ผิด: ใช้คำนี้ต่อเมื่อคุณต้องการบอกว่าสิ่งที่ตรงกันข้ามกับข้อความที่กล่าวไปนั้นเป็นความจริง นักเรียนส่วนใหญ่มักจะหมายถึง "In contrast" หรือ "However" มากกว่า

3. การใช้คำเชื่อมมากเกินไป: การใช้คำอย่าง "Furthermore" และ "Moreover" มากเกินไปในย่อหน้าสั้นๆ จะทำให้งานเขียนของคุณอ่านยาก พยายามใช้คำเชื่อมที่หนักแน่นสัก 2-3 คำต่อหนึ่งย่อหน้าก็เพียงพอแล้วครับ

5. รายการตรวจสอบทบทวนอย่างรวดเร็ว

ก่อนที่คุณจะจบการฝึกเขียนหรือฝึกพูด ให้ถามตัวเองว่า:
- ฉันใช้คำนามเดิมซ้ำบ่อยเกินไปหรือไม่? (ถ้าใช่ ให้เปลี่ยนไปใช้ pronoun)
- "ป้ายบอกทาง" (คำเชื่อม) ของฉันถูกต้องแม่นยำหรือยัง? (อย่าใช้ "However" ถ้าคุณกำลังเพิ่มข้อมูลในทิศทางเดิม)
- คำว่า "this" หรือ "it" ของฉันชี้ไปที่คำเฉพาะเจาะจงที่ชัดเจนหรือไม่?
- ฉันได้ใช้คำที่หลากหลายแล้วหรือยัง? (แทนที่จะใช้ "And" ลองใช้ "In addition" ดูบ้าง)

สรุปคำศัพท์สำคัญ:

Referencing: การใช้คำเพื่อย้อนกลับไปถึงสิ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว
Cohesive Devices: คำเชื่อมที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างความคิด
Substitution: การแทนที่คำด้วยคำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือคำอย่าง "one" เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำ

ฝึกฝนต่อไปครับ! ไม่ต้องกังวลหากรู้สึกว่าเรื่องนี้ยากในตอนแรก การปรับปรุงความสอดคล้อง (cohesion) ก็เหมือนกับการหัดขับรถครับ ในช่วงแรกคุณอาจต้องคิดถึงทุกจังหวะการเลี้ยว แต่ไม่นานนัก คุณจะสามารถนำทางผ่านความคิดของคุณได้อย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติ!