บทที่: ประวัติและวรรณคดีดนตรี (Music History and Literature)
สวัสดีครับน้องๆ ว่าที่นิสิตนักศึกษาศิลปกรรมศาสตร์ทุกคน! ในบทนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่อง "ประวัติและวรรณคดีดนตรี" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชา TPAT22 ดนตรี กันครับ หลายคนอาจจะกังวลว่า "ประวัติศาสตร์ต้องท่องจำเยอะแน่เลย" หรือ "วรรณคดีดนตรีคืออะไร?" ไม่ต้องกังวลไปนะครับ! ข้อสอบ TPAT2 ไม่ได้เน้นให้เราท่องจำปี พ.ศ. หรือชื่อศิลปินแบบเป๊ะๆ แต่เน้นให้เรา "เข้าใจพัฒนาการ" และ "บริบท" ว่าทำไมดนตรีในแต่ละยุคถึงมีลักษณะแบบนั้นครับ
ถ้ารู้สึกว่าเนื้อหายาวไปในตอนแรก ลองค่อยๆ อ่านทีละยุค แล้วน้องจะเห็นภาพรวมที่สนุกเหมือนกำลังดูภาพยนตร์ย้อนยุคเลยล่ะ!
1. ประวัติศาสตร์ดนตรีสากล (Western Music History)
ดนตรีสากลแบ่งออกเป็นยุคสมัยหลักๆ ตามลักษณะของเสียงและสังคมในยุคนั้น ดังนี้ครับ:
ยุคกลาง (Medieval Period) และ ยุคเรเนซองส์ (Renaissance)
ลักษณะเด่น: เริ่มต้นจากดนตรีในโบสถ์ มีแนวทำนองเดียว (Monophony) เช่น เพลงสวด Gregorian Chant ต่อมาในยุคเรเนซองส์เริ่มมีการสอดประสานทำนองหลายแนว (Polyphony) ที่มีความซับซ้อนและไพเราะมากขึ้น
ยุคบารอก (Baroque Period)
ลักษณะเด่น: ดนตรีมีความ "เยอะ" และ "ประดับประดา" ตกแต่งด้วยโน้ตประดับมากมาย มีการใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายและฮาร์ปซิคอร์ด (Harpsichord) เป็นหลัก
คีย์เวิร์ดสำคัญ: การใช้เสียงหนัก-เบาที่ตัดกันชัดเจน (Terraced Dynamics)
ยุคคลาสสิก (Classical Period)
ลักษณะเด่น: เน้นความสมดุล (Balance) ความชัดเจน และระเบียบแบบแผน มีโครงสร้างที่แน่นอน เช่น โซนาตา (Sonata) เพลงในยุคนี้จะฟังง่าย สดใส และเป็นระเบียบ
คีย์เวิร์ดสำคัญ: โมซาร์ท (Mozart) และ เบโธเฟน (Beethoven - ช่วงต้น)
ยุคโรแมนติก (Romantic Period)
ลักษณะเด่น: เน้นการถ่ายทอด "อารมณ์" และ "จินตนาการ" อย่างเต็มที่ ดนตรีมีความรุนแรงและลึกซึ้ง มักนำเรื่องราวจากวรรณคดีหรือธรรมชาติมาสร้างเป็นเพลง
คีย์เวิร์ดสำคัญ: อารมณ์รุนแรง, เพลงที่มีเนื้อหา (Program Music)
ยุคศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน (20th Century - Modern)
ลักษณะเด่น: มีความหลากหลายสูงมาก ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์เดิมๆ มีการใช้เสียงที่แปลกหู จังหวะที่ซับซ้อน และการใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย
รู้หรือไม่? เบโธเฟน (Beethoven) คือศิลปินที่เป็น "สะพาน" เชื่อมระหว่างยุคคลาสสิกที่เน้นระเบียบ กับยุคโรแมนติกที่เน้นอารมณ์ เพราะผลงานช่วงหลังของเขาเริ่มมีความแหกคอกและใส่อารมณ์รุนแรงมากขึ้นนั่นเอง!
2. ประวัติศาสตร์ดนตรีไทย (Thai Music History)
ดนตรีไทยผูกพันกับวิถีชีวิตและสถาบันพระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนาน โดยมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยดังนี้ครับ:
สมัยสุโขทัย
ดนตรีมีลักษณะเรียบง่าย ปรากฏหลักฐานในหลักศิลาจารึกว่ามีการเล่นเครื่องดนตรีเช่น แตร สังข์ มโหระทึก ปี่ไฉน และการขับลำนำ
สมัยอยุธยา
เริ่มมีวงดนตรีที่เป็นระบบมากขึ้น เช่น วงปี่พาทย์ วงมโหรี และ วงเครื่องสาย มีการออกกฎหมายห้ามร้องเพลงเรือหรือเป่าขลุ่ยในเขตพระราชฐาน (แสดงว่าดนตรีเป็นที่นิยมมากจนต้องมีกฎคุม!)
สมัยรัตนโกสินทร์
ถือเป็นยุคทองของดนตรีไทย โดยเฉพาะในสมัย รัชกาลที่ 2 ที่พระองค์ทรงโปรดดนตรีไทยมาก (ทรงซออู้ "ซอสายฟ้าฟาด") และในสมัย รัชกาลที่ 5 เริ่มมีการรับอิทธิพลดนตรีตะวันตกเข้ามาผสมผสาน เกิดวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ขึ้นครับ
ทบทวนประเด็นสำคัญ:
- สมัยรัชกาลที่ 2: ยุคทองของดนตรีไทย ทรงซอสายฟ้าฟาด
- สมัยรัชกาลที่ 6: มีการตั้ง "กรมมหรสพ" เพื่อบำรุงรักษาศิลปะดนตรีไทย
3. วรรณคดีดนตรี (Music Literature)
คำว่า "วรรณคดีดนตรี" ในที่นี้หมายถึง การนำเรื่องราวในวรรณคดีมาแต่งเป็นเพลง หรือเพลงที่มีเนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวครับ
1. ในดนตรีไทย: มักนำเรื่องราวจากวรรณคดี เช่น รามเกียรติ์ อิเหนา หรือขุนช้างขุนแผน มาแต่งเป็นเพลงสำหรับขับร้อง หรือใช้ประกอบการแสดงโขน-ละคร ซึ่งท่วงทำนองจะสื่อถึงตัวละครหรือเหตุการณ์นั้นๆ (เช่น เพลงหน้าพาทย์ที่ใช้ประกอบกิริยาตัวละคร)
2. ในดนตรีสากล: เรียกว่า Program Music คือดนตรีที่บรรยายภาพหรือเรื่องราว เช่น เพลง "The Four Seasons" ของ Vivaldi ที่ใช้เสียงดนตรีบรรยายบรรยากาศของฤดูต่างๆ หรือเพลงสิมโฟนีที่เล่าเรื่องตามบทละคร
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
น้องๆ มักเข้าใจผิดว่า วรรณคดีดนตรี หมายถึง "หนังสือประวัติดนตรี" แต่จริงๆ แล้วในบริบทข้อสอบ มักหมายถึง "บทเพลงที่มีความสัมพันธ์กับเนื้อหาทางวรรณกรรมหรือการเล่าเรื่อง" ครับ
สรุปภาพรวมเพื่อการสอบ TPAT2
ในการทำข้อสอบบทนี้ ให้ลองสังเกตโจทย์ว่าเขากำลังถามถึง "ความสัมพันธ์" หรือเปล่า เช่น:
- ถ้าโจทย์ถามถึงเพลงที่เน้น "ระเบียบแบบแผน" -> คำตอบมักอยู่ในยุค คลาสสิก
- ถ้าโจทย์ถามถึงเพลงที่ "ใช้ในพิธีกรรมโบราณ" -> ให้ดูบริบททางวัฒนธรรมของ ดนตรีไทย
- ถ้าโจทย์ถามถึง "การสื่ออารมณ์ตามบทประพันธ์" -> นั่นคือเรื่องของ วรรณคดีดนตรี
ทบทวนประเด็นสำคัญ:
- บารอก: หรูหรา ประดับประดา
- คลาสสิก: สมดุล มีแบบแผน
- โรแมนติก: เน้นอารมณ์ จินตนาการ
- ไทยสมัยรัตนโกสินทร์: พัฒนาสูงสุดและรับอิทธิพลสากล
สู้ๆ นะครับน้องๆ ประวัติศาสตร์ดนตรีไม่ใช่เรื่องของการท่องจำอย่างเดียว แต่มันคือการเข้าใจว่ามนุษย์เราใช้เสียงเพลงเพื่อสื่อสารความรู้สึกในแต่ละยุคอย่างไร ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ ข้อสอบจะกลายเป็นเรื่องง่ายทันทีครับ!