บทเรียน: เครื่องดนตรีและแหล่งกำเนิดของเสียง (TPAT22 ดนตรี)

สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่สรุปเนื้อหาสำคัญในส่วนของ TPAT22 ดนตรี สำหรับบทนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง "เครื่องดนตรีและแหล่งกำเนิดของเสียง" ซึ่งเป็นหัวข้อที่ออกสอบบ่อยและเก็บคะแนนได้ไม่ยากเลย ถ้าเราเข้าใจหลักการจำแนกประเภทเครื่องดนตรีทั้งของไทยและสากล

ถ้ารู้สึกว่าชื่อเครื่องดนตรีมันเยอะไปหมด หรือแยกประเภทไม่ถูก ไม่ต้องกังวลนะ! เราจะค่อยๆ มาดูไปพร้อมกันด้วยวิธีที่เข้าใจง่ายที่สุดครับ


1. แหล่งกำเนิดเสียงและวิธีการบรรเลง

หัวใจสำคัญของข้อสอบบทนี้คือการถามว่า "เสียงมันออกมาได้ยังไง?" ซึ่งเราสามารถแบ่งตามลักษณะการทำให้เกิดเสียงได้เป็น 4 วิธีหลักๆ (ตามแบบดนตรีไทย) และเชื่อมโยงไปสู่เครื่องดนตรีสากลครับ

1.1 การดีด (Plucking)

คือการใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ (เช่น ไม้ดีดหรือ Pick) ไปกระตุกสายให้สั่นสะเทือน

  • เครื่องดนตรีไทย: จะเข้, กระจับปี่, พิณ
  • เครื่องดนตรีสากล: กีตาร์ (Guitar), ฮาร์ป (Harp)

1.2 การสี (Bowing)

คือการใช้ "คันชัก" ที่มีหางม้ามาเสียดสีกับสายเพื่อให้เกิดเสียงต่อเนื่อง

  • เครื่องดนตรีไทย: ซอด้วง, ซออู้, ซอสามสาย
  • เครื่องดนตรีสากล: ไวโอลิน (Violin), วิโอลา (Viola), เชลโล (Cello)

1.3 การตี (Percussion)

คือการใช้ไม้ตี การกระทบกัน หรือการใช้มือตีลงไปบนตัวเครื่องดนตรี

  • เครื่องดนตรีไทย: ระนาดเอก, ฆ้องวงใหญ่, ตะโพน, ฉิ่ง
  • เครื่องดนตรีสากล: ไซโลโฟน (Xylophone), กลองสแนร์ (Snare Drum), ฉาบ (Cymbals)

1.4 การเป่า (Blowing)

คือการใช้ลมจากปากเป่าผ่านช่องลมหรือลิ้นเครื่องดนตรีเพื่อให้เกิดการสั่นสะเทือนของอากาศ

  • เครื่องดนตรีไทย: ขลุ่ยเพียงออ, ปี่ใน
  • เครื่องดนตรีสากล: ฟลูต (Flute), คลาริเน็ต (Clarinet), ทรัมเป็ต (Trumpet)

2. การเปรียบเทียบเครื่องดนตรีไทยและสากล (วิเคราะห์ตามแหล่งกำเนิดเสียง)

ในข้อสอบ TPAT22 มักจะนำเครื่องดนตรีไทยและสากลมา "จับคู่" กัน เพื่อทดสอบว่าน้องๆ แยกแยะวิธีการเกิดเสียงออกหรือไม่ ลองมาดูคู่ตัวอย่างที่พบบ่อยกันครับ:

คู่ที่ 1: ซออู้ vs ไวโอลิน
แม้หน้าตาจะต่างกันมาก แต่ทั้งคู่มีแหล่งกำเนิดเสียงจากการ "สี" (Bowed Strings) เหมือนกัน

คู่ที่ 2: ขลุ่ย vs รีคอร์ดเดอร์ (Recorder)
ทั้งคู่เกิดเสียงจากการ "เป่า" ลมผ่านช่องลม (Air Reed/Fipple) โดยไม่มีลิ้นเหมือนกัน

คู่ที่ 3: โปงลาง vs ไซโลโฟน (Xylophone)
ทั้งคู่เกิดเสียงจากการ "ตี" ลงบนแท่งไม้ที่มีขนาดลดหลั่นกันเพื่อให้เกิดระดับเสียงที่ต่างกัน

คู่ที่ 4: กระจับปี่ vs โอโบ (Oboe)
ระวัง! คู่นี้มักหลอกเรา กระจับปี่คือเครื่อง "ดีด" (สาย) ส่วนโอโบคือเครื่อง "เป่า" (ลมไม้ประเภทลิ้นคู่)

ทบทวนประเด็นสำคัญ

ในการทำข้อสอบ ให้ดูที่ "วิธีการทำให้เกิดเสียง" เป็นหลัก อย่าดูแค่รูปร่างภายนอก เครื่องดนตรีบางอย่างอาจจะทำจากไม้เหมือนกันแต่ตัวหนึ่งตี อีกตัวหนึ่งเป่าก็ได้นะ!


3. ประเภทเครื่องดนตรีสากล (จัดกลุ่มตามหลักสากล)

นอกจากวิธี ดีด-สี-ตี-เป่า แล้ว ข้อสอบอาจใช้คำศัพท์สากลในการแบ่งกลุ่มเครื่องดนตรี ดังนี้ครับ:

  1. เครื่องสาย (Strings): แบ่งเป็นแบบสี (Violin family) และแบบดีด (Harp, Guitar)
  2. เครื่องลมไม้ (Woodwind): เช่น ฟลูต, โอโบ, คลาริเน็ต, แซกโซโฟน (แม้แซกโซโฟนจะเป็นโลหะ แต่จัดเป็นเครื่องลมไม้เพราะมี "ลิ้น" ทำจากไม้)
  3. เครื่องลมทองเหลือง (Brass): เช่น ทรัมเป็ต, ทรอมโบน, ทูบา (ใช้การสั่นสะเทือนของริมฝีปากผู้เป่า)
  4. เครื่องกระทบ (Percussion): แบ่งเป็นแบบมีระดับเสียงแน่นอน (ไซโลโฟน, กลองทิมปานี) และระดับเสียงไม่แน่นอน (กลองใหญ่, ฉาบ)
  5. เครื่องดนตรีประเภทคีย์บอร์ด (Keyboard): เปียโน, ออร์แกน

เทคนิคควรรู้สำหรับการสอบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

- สับสนระหว่างเครื่องลมไม้กับลมทองเหลือง: จำไว้ว่า "แซกโซโฟน" (Saxophone) คือเครื่องลมไม้ เพราะใช้ลิ้นไม้ในการเป่า ไม่ใช่เครื่องลมทองเหลืองแม้ตัวจะเป็นทองเหลืองก็ตาม!
- ลืมแยกแยะ "ขลุ่ย" กับ "ปี่": ขลุ่ยไม่มีลิ้น แต่ปี่มีลิ้นนะจ๊ะ

รู้หรือไม่?

ในทางวิชาการดนตรีระดับสากล เรามีการแบ่งประเภทเครื่องดนตรีตามระบบ Sachs-Hornbostel ซึ่งแบ่งตามวัสดุที่สั่นสะเทือน เช่น Chordophones (สายสั่น), Aerophones (ลมสั่น), Membranophones (หนังหุ้มสั่น) และ Idiophones (ตัวเครื่องสั่นเอง เช่น ระนาดหรือฉิ่ง)


สรุปส่งท้าย

การเตรียมสอบเรื่อง เครื่องดนตรีและแหล่งกำเนิดของเสียง ให้น้องๆ เน้นจำแนกเครื่องดนตรีไทย (ดีด สี ตี เป่า) และเครื่องดนตรีสากลตามกลุ่มให้แม่นยำ แล้วลองฝึกจับคู่เครื่องดนตรีที่ใช้วิธีการบรรเลงเหมือนกันดูครับ

ถ้าน้องๆ สามารถแยกได้ว่า "อันไหนคือเป่า อันไหนคือตี" น้องๆ ก็ก้าวขาเข้าห้องสอบไปคว้าคะแนนส่วนนี้ได้มากกว่าครึ่งแล้วครับ สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ!

(สำหรับเนื้อหาเรื่อง องค์ประกอบดนตรีอื่นๆ เช่น จังหวะ หรือ ทำนอง สามารถติดตามต่อได้ในบทถัดไปนะครับ)