ยินดีต้อนรับสู่บทเรียน Subject-Verb Agreement (ความสอดคล้องระหว่างประธานและกริยา)!
สวัสดีครับ! ยินดีต้อนรับสู่บทที่สำคัญที่สุดบทหนึ่งในการเตรียมตัวสอบ TOEFL ของคุณ ถึงแม้ว่าข้อสอบ TOEFL iBT จะไม่มีส่วนของ "Grammar" (ไวยากรณ์) ที่เป็นข้อสอบปรนัยโดยตรง แต่ทักษะไวยากรณ์ของคุณจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในส่วนของ Speaking และ Writing ครับ หากต้องการคะแนนสูงๆ (เช่น 25 คะแนนขึ้นไปในส่วน Writing) คุณต้องแสดงให้เห็นถึง "การควบคุมไวยากรณ์ที่สม่ำเสมอ" (consistent grammatical control) ซึ่งหมายถึงการทำความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ชวนให้เสียสมาธิให้น้อยที่สุดนั่นเอง
Subject-Verb Agreement คือ "กาว" ที่ยึดประโยคของคุณไว้ด้วยกัน ถ้ากาวไม่แน่น ประโยคก็จะพังและคะแนนของคุณอาจร่วงลงได้ ไม่ต้องกังวลไปนะครับหากช่วงแรกๆ รู้สึกว่ามันยาก เมื่อคุณเรียนรู้วิธีสังเกต "กับดัก" เหล่านี้แล้ว มันจะกลายเป็นเรื่องง่ายที่ทำได้โดยอัตโนมัติแน่นอน!
1. กฎทอง: ตาชั่งน้ำหนัก
ให้ลองนึกภาพว่าประโยคเหมือนตาชั่ง ประธานและกริยาต้องมีความสมดุลในเรื่องของจำนวนเสมอ หากประธานเป็น เอกพจน์ (singular - หนึ่งเดียว) กริยาต้องเป็น เอกพจน์ และหากประธานเป็น พหูพจน์ (plural - มากกว่าหนึ่ง) กริยาต้องเป็น พหูพจน์ ตามไปด้วย
เคล็ดลับเรื่องตัว "S": ในประโยคที่เป็นปัจจุบันกาล (present tense) กริยาที่เป็นเอกพจน์มักจะลงท้ายด้วย -s (เช่น he walks, she talks, it works) ส่วนกริยาพหูพจน์จะไม่ลงท้ายด้วย -s (เช่น they walk, we talk, they work)
ตัวอย่าง:
Weak (ตัวอย่างที่อ่อน): The professor give a lecture every Monday. (แบบนี้จะเสียคะแนนด้านความถูกต้องทางไวยากรณ์/grammatical accuracy)
Improved (ตัวอย่างที่ดีขึ้น): The professor gives a lecture every Monday. (แบบนี้แสดงให้ผู้ตรวจเห็นว่าคุณควบคุมโครงสร้างภาษาอังกฤษพื้นฐานได้)
2. ระวัง "ตัวเบี่ยงเบน" (Prepositional Phrases - วลีบุพบท)
ผู้ตรวจข้อสอบ TOEFL ชอบใส่คำฟุ่มเฟือยไว้ระหว่างประธานกับกริยาเพื่อทำให้คุณสับสน นี่คือจุดที่นักเรียนเสียคะแนนกันบ่อยที่สุดในงานเขียนแบบ Writing for an Academic Discussion เพราะต้องรีบพิมพ์
กับดัก: The results of the latest scientific study is surprising.
ในประโยคนี้ คำว่า "study" อยู่ติดกับกริยา เลยชวนให้เราเผลอใช้ "is" แต่ประธานที่แท้จริงคือ results (พหูพจน์)!
วิธีแก้ไข: ให้ลอง "ตัด" คำที่อยู่ระหว่างประธานและกริยาออกไปในใจ
The results (of the latest scientific study) are surprising.
โครงสร้างที่ควรนำไปใช้ซ้ำ:
The impact of these new government policies is significant for the local economy.
(สังเกตว่า impact เป็นเอกพจน์ เราจึงใช้ is ถึงแม้ว่า "policies" จะเป็นพหูพจน์ก็ตาม)
3. เคล็ดลับเรื่อง "Indefinite Pronoun" (สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ)
ในงานเขียนแบบ Integrated Writing คุณอาจต้องพูดถึงคำว่า "everyone" หรือ "each" นักเรียนหลายคนคิดว่าคำพวกนี้เป็นพหูพจน์เพราะหมายถึงคนจำนวนมาก แต่ในหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ คำเหล่านี้ เป็นเอกพจน์เสมอ
จำกลุ่มประธานที่เป็นเอกพจน์เหล่านี้ไว้ให้ดี: Each, Everyone, Everybody, Anyone, Anything, Nobody, Someone, Something, Either, Neither
ตัวอย่าง:
Weak (ตัวอย่างที่อ่อน): Everyone in the university know where the library is.
Improved (ตัวอย่างที่ดีขึ้น): Everyone in the university knows where the library is.
รู้หรือไม่? การใช้ "Each of the..." เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการแสดงทักษะไวยากรณ์ที่ดูซับซ้อนขึ้น เพียงแค่จำไว้ว่า: Each of the participants was interviewed. (ไม่ใช่ "were")
4. ประธานแบบผสม: "And" เทียบกับ "Or"
เมื่อคุณใช้ and คุณกำลังเอาของมารวมกัน ประธานจึงกลายเป็นพหูพจน์ แต่เมื่อคุณใช้ or หรือ nor คุณกำลังเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง กฎก็จะเปลี่ยนไป
กฎของ "And" (พหูพจน์):
The reading and the lecture provide different perspectives on the topic. (1 + 1 = 2 ดังนั้นไม่ต้องเติม -s ที่ "provide")
กฎของ "Or/Nor" (กฎความใกล้เคียง):
ถ้าคุณใช้ either...or หรือ neither...nor กริยาจะต้องสอดคล้องกับประธานที่ อยู่ใกล้ที่สุด
Neither the students nor the professor is present. (Professor เป็นเอกพจน์และอยู่ใกล้กริยาที่สุด)
Neither the professor nor the students are present. (Students เป็นพหูพจน์และอยู่ใกล้กริยาที่สุด)
5. วลีที่ดูเหมือนพหูพจน์แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่
ในวิชาการเขียน (academic writing) คุณมักจะใช้วลีอย่าง "along with," "as well as," หรือ "in addition to" ซึ่งวลีเหล่านี้ ไม่ได้ ทำให้ประธานกลายเป็นพหูพจน์นะ!
ประโยคต้นแบบ:
The theory, as well as the supporting experiments, demonstrates a clear trend.
ประธานคือ theory เท่านั้น ส่วน "supporting experiments" เป็นเพียงข้อมูลเสริมที่คั่นด้วยจุลภาค (comma) ให้ปฏิบัติเหมือนว่ามันไม่มีอยู่ตอนเลือกกริยาได้เลย
6. "There is" และ "There are" (ประธานแบบย้อนกลับ)
ในส่วน Speaking คุณอาจจะรีบจนเผลอพูดว่า "There's many reasons..." นี่เป็นนิสัยที่พบได้บ่อยแต่ในทางเทคนิคถือว่าผิด ในประโยคที่ขึ้นต้นด้วย "There" ประธานจะมา หลัง กริยา
Weak (ตัวอย่างที่อ่อน): There is several causes for global warming mentioned in the text.
Improved (ตัวอย่างที่ดีขึ้น): There are several causes for global warming mentioned in the text.
ความเป็นจริงเรื่องเวลา: ในงาน Writing for an Academic Discussion คุณมีเวลาเพียง 10 นาที ความผิดพลาดเรื่อง Agreement ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วง 2 นาทีสุดท้ายตอนที่นักเรียนหยุดคิดเรื่องไวยากรณ์ ลองเผื่อเวลาไว้สัก 30 วินาทีก่อนจบเพื่อเช็กแค่ว่าคุณเติม "s" ที่กริยาถูกต้องหรือไม่!
7. เช็กลิสต์สรุปเพื่อการเตรียมสอบ TOEFL ของคุณ
ทบทวนสั้นๆ:
1. หา ประธานที่แท้จริง (มองข้ามคำที่อยู่ตรงกลางไป)
2. ถ้าประธานเป็น เอกพจน์ ให้เติม -s ที่กริยา (ใน present tense)
3. Each/Everyone/Something = เป็นเอกพจน์เสมอ
4. A and B = เป็นพหูพจน์เสมอ
5. Either A or B = ให้กริยาสอดคล้องกับ B
6. There is/are = ให้ดูคำนามที่ตามหลังมา
สรุปสำคัญ: การควบคุมไวยากรณ์คือเรื่องของ ความสม่ำเสมอ (consistency) ความผิดพลาดหนึ่งจุดไม่ทำให้คะแนนคุณพังหรอก แต่ถ้ามีผิดถึงห้าจุดในย่อหน้าเดียว นั่นจะบอกผู้ตรวจว่าคุณยังไม่เชี่ยวชาญพื้นฐานการสร้างประโยค ใจเย็นๆ หาประธานให้เจอ แล้วทำให้ตาชั่งสมดุลเข้าไว้นะครับ!